พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นเอก · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ · ๒๑๘ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓ บท
อัตตวรรค — หมวดตน ๓ บท
ตนแล เป็นที่พึ่งของตน คนอื่น ใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ ก็บุคคล มีตนฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้ยาก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๖.
สิ่งที่รัก ( อื่น ) เสมอด้วยตนไม่มี, ทรัพย์ ( อื่น ) เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี, แสงสว่าง ( อื่น ) เสมอด้วยปัญญาไม่มี, ฝนแล เป็นสระอย่างยิ่ง.
สํ. ส. ๑๕/๙.
ผู้ใดมีความไร้ศีลธรรมครอบคลุม เหมือนย่านทรายคลุมไม้สาละ ผู้นั้นชื่อว่าทำตนเหมือนถูกผู้ร้ายคุมตัว.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
อัปปมาทวรรค — หมวดไม่ประมาท ๖ บท
ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลดีงาม ตั้งความดำริไว้ให้ดี คอยรักษาจิตของตน.
ที. มหา ๑๐/๑๔๒.
ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน, จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๘.
ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม ( ชื่อว่า ) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความ ถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๕. ขุ. จู. ๓๐/๙๒.
คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะ ที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความ หมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
กัมมวรรค — หมวดกรรม ๔ บท
ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงาน เรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.
ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอ ใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๐.
ผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่ไม่สำนึกถึง ( บุญคุณ ) เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๙.
สัตว์ทั้งปวง หวาดต่ออาญา ล้วนกลัวต่อความตาย ควรทำตน ให้เป็นอุปมาแล้ว ไม่ฆ่าเขาเอง ไม่พึงให้ผู้อื่นฆ่า ( ผู้อื่น ).
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
กิเลสวรรค — หมวดกิเลส ๒๖ บท
กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดัง ก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล.
ขุ. เถรี. ๒๖/๕๐๓.
โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏ เพราะความตระหนี่ ( และความประมาท ) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของโลกนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๙.
โลกถูกความอยากผูกมัดไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก, เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้.
สํ. ส. ๑๕/๕๖.
ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก, สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ฉะนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๖๑.
ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ว่าดีกว่าเขา ว่าต่ำกว่าเขาในโลก, ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้น.
ขุ. มหา. ๒๙/๒๗๙. ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑.
ภิกษุผู้ถอนภวตัณหาได้แล้ว มีจิตสงบแล้ว สิ้นความเวียนเกิดแล้ว ย่อมไม่มีภพอีก.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๔๓.
ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึง เป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๗๘. ขุ. จู. ๓๐/๓๒๐.
กามทั้งหลาย ตระการหวานชื่นใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยรูปร่างต่าง ๆ กัน บุคคลพึงเห็นโทษในกามคุณแล้ว เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๔.
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, ( เพราะ ) เครื่องข้องทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
สํ. ส. ๑๕/๓๕๐.
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, ( เพราะ ) ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น.
ขุ. ธ . ๒๕/๔๔.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงไม่พ้นจากทุกข์.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงยังมีกรรมนำหน้า.
สํ. ส. ๑๕/๕๒.
โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในทุกข์.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกไว้ทั้งหมด.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
คนที่นึกถึงพระนิพพาน พึงครอบงำความหลับ ความเกียจคร้าน ความท้อแท้, ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท ไม่พึงตั้งอยู่ในความทะนงตัว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘.
ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว, ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๐. ขุ. มหา. ๒๙/๒๖๔,๒๖๒.
ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อ สิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘.
สัตว์โลกถูกมฤตยูขจัดแล้ว ถูกชราล้อมไว้ ถูกลูกศรคือตัณหา เสียบแล้ว ถูกอิจฉาคุกรุ่นแล้วทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
หมู่สัตว์นี้ประกอบด้วยมานะ มีมานะเป็นเครื่องร้อยรัด ถูกมานะมัดไว้ ทำความแข่งดีเพราะทิฏฐิ ย่อมล่วงสงสารไปไม่ได้.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๙๓.
ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลง ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๖. ขุ. มหา. ๒๙/๑๘.
ผู้ใดไม่มีกังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้นเมื่อไม่ถือว่า เป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๔.
ผู้ใดข้ามพ้นกามในโลกและเครื่องข้องที่ข้ามได้ยากในโลก, ผู้นั้น ตัดกระแสตัณหาได้แล้ว ไม่มีเครื่องผูก, ชื่อว่าไม่เศร้าโศก ไม่ยินดี.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๒๗.
ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผู้รู้เห็นแดนเกิดแห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๔. ขุ. จู. ๓๐/๘๐,๘๑
ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม, ความโลภเข้า ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๕. ขุ. มหา. ๒๙/๑๗.
ท่านทั้งหลายจงตัดป่า ( กิเลส ) อย่าตัดต้นไม้, ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย ! พวกท่านจงตัดป่า และสิ่งที่ตั้งอยู่ในป่าแล้ว เป็นผู้ไม่มีป่า เถิด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.
ขันติวรรค — หมวดอดทน ๓ บท
ขันติเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติเป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติเป็นกำลังของนักพรต ขันตินำประโยชน์สุขมาให้.
ส. ม. ๒๒๒.
ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง ( ด้วยน้ำ ).
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๗๖.
เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้, ( เพราะว่า ) เวรทั้งหลายของผู้มี ขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๓๘.
จิตตวรรค — หมวดจิต ๙ บท
ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญ และบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๐.
บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๐.
โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป, สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว.
สํ. ส. ๑๕/๕๔.
ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี, จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้. เขามีตนเลวจะถึงฝั่งไม่ได้.
สํ. ส. ๑๕/๔๐
การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี, ( เพราะว่า ) จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่ ผู้นั้นมีจิต ชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา.
ขุ. ชา. ติก. ๒๗/๑๒๐.
ภิกษุเพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้น รู้ความเกิดและความเสื่อมแห่งโลกแล้ว มีใจดี ไม่ถูกกิเลสอาศัย มีธรรมนั้นเป็นอานิสงส์ พึงหวังความบริสุทธิ์แห่งใจได้.
สํ. ส. ๑๔/๗๓.
คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรม เพื่อบรรลุธรรม ที่เกษมจากโยคะ พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๘.
ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไป ในอารมณ์ที่น่าใคร่, ( เพราะว่า ) จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
ทานวรรค — หมวดทาน ๔ บท
ผู้ใดไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ ย่อมให้ในคนที่ควรให้. ผู้นั้นประสบความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมได้สหาย.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๒๙.
ผู้ใดให้ทานในบุคคลที่ไม่ควรให้ ไม่ให้ในคนที่ควรให้. ผู้นั้น ถึงความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมไม่ได้สหาย.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๒๙.
ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ.
สํ. ส. ๑๕/๔๔.
ผู้ให้ของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ ผู้ให้ของเลิศ ย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของดี ย่อมได้ของดี ผู้ให้ของประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๕๖.
ธัมมวรรค — หมวดธรรม ๓๑ บท
ท่านผู้ดับไป ( คือปรินิพพาน ) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึง กล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง ( มีขันธ์เป็นต้น ) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง ( ว่าผู้นั้นเป็นอะไร ) ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด.
ขุ. ส. ๒๕/๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๙.
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อม ติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้น ๆ.
ขุ. ส. ๒๕/๕๔๖. ขุ. จู. ๓๐/๒๐๒.
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จง เพิ่มพูนทางสงบ ( ให้ถึง ) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.
ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ [ คนสามัญ ] ไม่ อาศัยธรรม ชนทั้ง ๒ นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ.
ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/๑๗๕.
ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลสเครื่องรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ, เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ, เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง.
ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๗.
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิต ไม่ติดกาม ท่านเรียกว่าผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๔.
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้น ตามเป็นจริงแล้ว ดังเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรม ของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๒.
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้.
ขุ. ธ . ๒๕/๑๘.
ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ.
สํ. ส. ๑๕/๑๙๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.
มหาราช ! ธรรมเป็นทาง ( ควรดำเนินตาม ) ส่วนอธรรมนอกลู่ นอกทาง ( ไม่ควรดำเนินตาม ) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสวรรค์.
ขุ. ชา. สฏฺฐิ. ๒๘/๓๙.
สัตว์โลกมีความเพลินเป็นเครื่องผูกพัน มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป ท่านเรียกว่านิพพาน เพราะละตัณหาได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๗. ขุ. จู ๓๐/๒๑๖,๒๑๗.
เรา ( ตถาคต ) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และการสละสิ่งทั้งปวง.
สํ. ส. ๑๕/๗๕.
เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๔.
ผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน.
ขุ. เถรี. ๒๖/๕๐๒.
พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต และไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม สุตะนั้นเป็น รากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น ควรเป็นผู้ทรงธรรม.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๖.
บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด, บรรดาสัจจะ ทั้งหลาย บท ๔ ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด, และบรรดาสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๑.
นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด นามและรูปนี้ย่อมดับในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ.
ขุ. สุง ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๒๑.
สัจจะ ธรรมะ อหิงสา สัญญมะ และทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชน ย่อมคบผู้นั้น นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๘.
กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่า สติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๑๖,๒๐.
ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๐.
ผู้ใดละปปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรมที่ไม่มีสิ่งทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๒๙.
สมณพราหมณ์บางเหล่ากล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว ( บกพร่อง ), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกัน แม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมมติของตน ๆ ว่าเป็นจริง.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๑. ขุ. มหา. ๒๙/๓๘๓.
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ดาดาษ ด้วยดอกไม้คือวิมุตติ หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๒.
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
โสรัจจะและอวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะ นั้น เป็นช้างเท้าหน้า.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๘.
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควร เสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วย พรหมจรรย์อย่างสูง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๙.
ปกิรณกวรรค — หมวดเบ็ดเตล็ด ๔๒ บท
สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ ย่อมมีได้. สิ่งที่คิดไว้ ก็เสียหายได้, โภคะ ของสตรีหรือบุรุษที่สำเร็จได้ด้วยนึกเอาไม่มีเลย.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๖๗.
บุคคลไม่เพลินเวทนา ทั้งภายในทั้งภายนอก มีสติดำเนินอยู่ อย่างนี้ วิญญาณย่อมดับ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๗. ขุ. จู. ๓๐/๒๑๘.
ภิกษุพึงสงบกิเลสและบาปธรรมที่เป็นภายในเสีย, ไม่พึงแสวง หาความสงบจากที่อื่น, เมื่อระงับภายในได้แล้ว สิ่งที่จะพึงยึดถือใหม่ ย่อมไม่มี สิ่งที่ยึดถือไว้จำจะสละจะมีแต่ไหน.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๔. ขุ. มหา. ๒๙/๔๒๕,๔๒๖.
กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก ทุกข์อันยิ่งกว่ากาม ไม่มี ผู้ใดส้องเสพกาม ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก.
ขุ. ชา เอกาทสก. ๒๗/๓๑๕.
พึงเป็นคนไม่เบียดเบียน ( ผู้อื่น ) และกล่าวคำสัตย์อย่างนี้ ละ ไปจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่นแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๒.
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเป็นผู้เกียจคร้าน ไม่ดี, บรรพชิตไม่สำรวม ก็ไม่ดี พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำ ไม่ดี, บัณฑิตมักโกรธ ก็ไม่ดี.
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๔๖.
ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่เป็นสาระว่า ไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๖.
บุคคลไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ใฝ่หาสิ่งที่ยังมาไม่ถึง, ยังชีวิตให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น ผิวพรรณย่อมผ่องใส.
สํ. ส. ๑๕/๗.
เมื่อมีจิตใจไม่หนักแน่น เป็นคนใจเบา มักประทุษร้ายมิตร มีความประพฤติกลับกลอกเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีความสุข.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๒.
คนใดเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ย่อมล้างผลาญทรัพย์ที่ตนได้แล้ว ๆ. ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งผู้ฉิบหาย.
สุ. ขุ. ๒๕/๓๔๗.
หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ ประชาชนนี้ข้องอยู่ในหญิงนี้ ตบะและพรหมจรรย์เป็นเครื่องอาบ ไม่ใช่น้ำ.
สํ. ส. ๑๕/๕๒.
ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ ถูกชรานำเข้าไป เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีเครื่องต้านทาน ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น มุ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย.
สํ. ส. ๑๕/๗๗.
ผู้สงบ เว้นบาป ฉลาดพูด ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมขจัดบาปธรรม เสียได้ เหมือนลมกำจัดใบไม้ฉะนั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๖๐.
ถ้าสัตว์พึงรู้อย่างนี้ ' ชาติสมภพนี้เป็นทุกข์ ' สัตว์ก็ไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ย่อมเศร้าโศก.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๖.
ภิกษุไม่ควรติดในกามทั้งหลาย ควรมีใจไม่ขุ่นมัว ควรเป็นผู้ฉลาด ในธรรมทั้งปวง ควรมีสติอยู่ทุกอิริยาบถ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๒๖.
เห็นอริยสัจแล้ว ถอนตัณหาผู้นำไปสู่ภพได้แล้ว ตัดมูลราก แห่งทุกข์ขาดแล้ว ย่อมไม่มีภพอีกต่อไป.
ที. มหา. ๑๐/๑๐๗.
คนทำกรรมใดด้วยทาน ด้วยความประพฤติสม่ำเสมอ ด้วย ความสำรวม และด้วยการฝึกตน ย่อมมีความสุข เพราะกรรมนั้น ย่อมไม่ตามเผาผลาญในภายหลัง.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๙๘.
คนใดมักหลับ มักคุย และไม่ขยัน เกียจคร้าน มีความมุทะลุ ข้อนั้นเป็นเหตุของผู้ฉิบหาย.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๖.
ธงเป็นเครื่องปรากฏของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฏของไฟ พระราชาเป็นเครื่องปรากฏของแว่นแคว้น สามีเป็นเครื่องปรากฏของสตรี.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๘๖.
ภิกษุรื่นรมย์ยินดีในธรรม ใคร่ครวญธรรม และระลึกถึงธรรม อยู่เนือง ๆ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.
ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำความชั่วไม่มีอยู่ในโลก, คนทั้งหลายเห็นเป็นป่า แต่คนเขลาสำคัญที่นั้นว่าเป็นที่ลับ.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๑.
ในโลกนี้ ผู้ที่ชอบถือตัว ย่อมไม่มีการฝึกตน, คนมีใจไม่มั่นคง ย่อมไม่มีความรู้, ผู้ประมาทแม้อยู่ในป่าคนเดียว ก็ข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยูไม่ได้.
สํ. ส. ๑๕/๖.
ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น, ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่น ที่เขาทำแล้วและยังไม่ได้ทำ, ควรพิจารณาดูแต่การงานของ ตนที่ตนทำแล้วและยังไม่ได้ทำเท่านั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๑.
เห็นความประมาทเป็นภัย และเห็นความไม่ประมาทเป็นความปลอดภัยแล้ว พึงเจริญมรรคมีองค์ ๘ นี้เป็นพุทธานุศาสนี.
ขุ. จริยา. ๓๓/๕๙๕.
การไม่เห็นสิ่งที่รักเป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์ เหตุนั้น จึงไม่ควรทำอะไรให้เป็นที่รัก เพราะความพรากจากสิ่งที่รัก เป็นการทราม.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๓.
โลกถูกมฤตยูกำจัด ถูกชราล้อมไว้ ไม่มีผู้ต้านทาน ย่อม เดือดร้อนเป็นนิตย์ ดุจคนต้องโทษต้องทำตามอาชญาฉะนั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๕.
บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น, ปรารถนาสิ่งใด ดูหมิ่น สิ่งที่ได้แล้วนั้น, เพราะความต้องการไม่มีที่สุด, พวกเราจงทำความ นอบน้อมผู้ปราศจากความต้องการเถิด.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๔.
เหมือนอย่างว่า เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า เสียงว่ารถย่อมมี ฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ ย่อมมี ฉันนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๑๙๘. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.
เมื่อรากยังมั่นคงไม่มีอันตราย ต้นไม้แม้ถูกตัดแล้วย่อมงอกได้อีกฉันใด, เมื่อตัณหานุสัยยังไม่ถูกกำจัดแล้ว ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๐.
ผู้สำรอกราคะโทสะและอวิชชาได้แล้ว ชื่อว่าได้ข้ามทะเลที่ มีสัตว์ร้าย มีผู้ร้าย มีภัยจากคลื่น อันข้ามไปได้ยากนักนี้.
สํ. สฬ. ๑๘/๑๙๗.
ผู้ใดไม่มีกามอยู่ ผู้ใดไม่มีตัณหา และผู้ใดข้ามความสงสัยได้, ผู้นั้นย่อมมีความพ้น ที่ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอีก.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๓. ขุ. จู. ๓๐/๑๗๐.
ผู้ใดเห็นทุกข์ว่าเกิดเพราะกาม, ผู้นั้นจะพึงน้อม ( จิต ) ไปในกามได้อย่างไร, ผู้รู้จักอุปธิว่าเป็นเครื่องข้องในโลกแล้ว พึงศึกษาเพื่อกำจัดอุปธิเสีย.
สํ. ส. ๑๕/๑๗๐.
ผู้ใดครอบงำตัณหาลามก อันล่วงได้ยากในโลก ความโศก ทั้งหลายย่อมตกไปจากผู้นั้น เหมือนหยาดน้ำตกจากใบบัวฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๐.
ผู้ไม่โลเล ไม่ทำความติดในรส ไม่เลี้ยงผู้อื่น เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับ มีจิตไม่ติดในสกุล พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๔๐๖.
มุนีผู้ประพฤติตนเป็นคนว่าง ไม่เยื่อใยในกาม ข้ามโอฆะได้ ประชาชนผู้ยังติดในกามก็ชอบ.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๔.
ผู้ใดรู้จบพระเวทในโลกนี้ สละเครื่องข้องในภพน้อยใหญ่ได้ แล้ว, ผู้นั้นปราศจากตัณหา ไม่มีทุกข์ ไม่มีความทะเยอทะยาน, เรา กล่าวว่า เขาข้ามชาติและชราได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๖. ขุ. จู. ๓๐/๑๐๔,๑๐๗
พึงศึกษาวิเวก ซึ่งเป็นคุณอันสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย, ไม่ถือตัว ว่าเป็นผู้ประเสริฐเพราะวิเวกนั้น ผู้นั้นแล ชื่อว่าปฏิบัติใกล้พระนิพพาน.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๙๑.
พึงระแวงภัยที่ควรระแวง พึงระวังภัยที่ยังไม่มาถึง ผู้ฉลาด ย่อมมองดูโลกทั้ง ๒ เพราะกลัวต่ออนาคต.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๖.
กำหนดรู้สัญญาแล้วพึงข้ามโอฆะได้ เป็นมุนีไม่ติดในสิ่งที่หวงแหน ถอนลูกศรแล้วเที่ยวไป ไม่ประมาท ชื่อว่าไม่หวังโลกนี้และโลกหน้า.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๘๖. ขุ. มหา. ๒๙/๗๑.
เมื่อพ้นเพราะรู้ชอบ สงบคงที่แล้ว ใจคอของเขาก็สงบ คำพูด และการกระทำก็สงบ.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
การไม่ทำบาปทั้งปวง การยังกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตของ ตนให้ผ่องแผ้ว, ๓ ข้อนี้เป็นคำสั่งสอนของท่านผู้รู้ทั้งหลาย.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.
พระราชาดี ที่ทรงยินดีในธรรม, คนดี ที่มีปัญญา, เพื่อนดี ที่ไม่ประทุษร้ายมิตร, สุข อยู่ที่ไม่ทำบาป.
ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๐.
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา ๗ บท
สัตบุรุษสรรเสริญปัญญาแน่แท้ คนทั้งหลายชอบทรัพย์สมบัติ จึงใคร่ได้สิริ ( ยศ ) ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ทั้งหลายชั่งไม่ได้ ทรัพย์จึง เกินกว่าปัญญาไปไม่ได้ ไม่ว่ากาลไหน ๆ
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๒๘.
ผู้ขบคิดปัญหาอันลึกซึ้งด้วยใจ ไม่ทำกรรมชั่ว อันไม่เป็น ประโยชน์เกื้อกูลเลย, ไม่ละทางแห่งประโยชน์ที่มาถึงตามเวลา, บัณฑิตทั้งหลายเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีปัญญา.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๐.
คนเขลามียศศักดิ์ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา, เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดจัดการข้อใดได้แนบเนียน คนเขลาถึงความงมงายในข้อนั้น.
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๒๘.
ผู้รู้ย่อมสรรเสริญคนมีปัญญา พูดจริง ตั้งมั่นในศีล ประกอบความสงบใจนั้นแล.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๑๑.
ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.
บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ, ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้น ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกาม, ตัณหาทำผู้อิ่มด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้.
ขุ. ชา. ทฺวาทส. ๒๗/๓๒๙.
ผู้มีปัญญานั้น ย่อมเล็งเห็นกามคุณเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นโรค, ผู้เห็นอย่างนี้ ย่อมละความพอใจในกามอันเป็นทุกข์ เป็นภัยใหญ่ได้.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๒.
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล ๕๒ บท
ผู้ใดไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ ถึงความหมดจด มีทิฏฐิ สมบูรณ์ มีปัญญา, พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นอริยะ.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๒๔๑.
ผู้ไม่โกรธ ฝึกตนแล้ว เป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ สงบระงับ คงที่ จะมีความโกรธมาแต่ไหน.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๔.
ใครควรจะติคนฉลาดประพฤติไม่ขาด ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ประดุจแท่งทองชมพูนุท.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๕.
คนเขลาย่อมซูบซีด เพราะคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง เพราะ เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว เหมือนต้นอ้อสดที่ถูกตัด.
สํ. ส. ๑๕/๗.
คนฉลาด ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คลอนแคลน มีปัญญา สำรวมอินทรีย์ มีมิตรดี พึงทำที่สุดทุกข์ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๖.
กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก, บัณฑิตรู้ดังนี้แล้ว ไม่ใยดีในกามแม้เป็นทิพย์.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๐.
นรชนใด ไม่เชื่อ ( ตามเขาว่า ) รู้จักพระนิพพาน อันอะไร ๆ ทำไม่ได้ ตัดเงื่อนต่อได้ มีโอกาสอันขจัดแล้ว และคายความหวังแล้ว, ผู้นั้นแล เป็นบุรุษสูงสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
ผู้ประกอบตนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบ และไม่ประกอบตนในสิ่งควรประกอบ ละประโยชน์เสีย ถือตามชอบใจ ย่อมกระหยิ่มต่อผู้ประกอบตนเนือง ๆ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๓.
ผู้ใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและของสัตบุรุษ ทั้งภายใน ทั้งภายนอก มีเทวดาและมนุษย์บูชาในโลกทั้งปวง ผู้นั้นจึงล่วงข่ายคือเครื่องข้องได้ และเป็นมุนี.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๓๒. ขุ. มหา. ๒๙/๔๐๖.
สมณะภายนอกไม่มี, สังขารเที่ยงไม่มี, ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี, เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.
เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญ แล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
ผู้บรรลุธรรมอย่างสูงสุด ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง ย่อม ไม่เศร้าโศกในเพราะความตาย เหมือนพ้นจากเรือนถูกไฟไหม้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๐.
ผู้มีสติย่อมหลีกออก ท่านไม่ยินดีในที่อยู่ ท่านย่อมละที่อยู่ได้ ดุจหงส์ละเปือกตมไปฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงผู้นิ่งทางกาย นิ่งทางวาจา นิ่งทางใจ ไม่มีอาสวะ ถึงพร้อมด้วยปัญญา ผู้ละสิ่งทั้งปวงได้ ว่าเป็นมุนี.
องฺ. ติก. ๒๐/๓๕๒.
บัณฑิตกล่าวถึงผู้มีกายสะอาด มีวาจาสะอาด มีใจสะอาด ไม่มี อาสวะ ถึงพร้อมด้วยความสะอาด ล้างบาปแล้ว ว่าเป็นผู้สะอาด.
องฺ. ติก. ๒๐/๓๕๒.
ผู้ใดมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว มีความเห็น วิบัติ มีมายา พึงรู้ว่าคนนั้น เป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๙.
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล และคนงานชั้นต่ำทั้งปวง สงบเสงี่ยมแล้ว ฝึกตนแล้ว ก็ปรินิพพานเหมือนกันหมด.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๗๖.
บัณฑิตขัดขวางโจรผู้นำของไป, ส่วนสมณะนำไป ย่อมเป็นที่รัก, บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับสมณะผู้มาบ่อย ๆ.
สํ. ส. ๒๕/๖๐.
ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ คนละความชนะ และความแพ้ได้แล้ว สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
( เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม ) คติที่ไปจากโลกนี้ ของสัตบุรุษและอสัตบุรุษจึงต่างกัน, คืออสัตบุรุษไปนรก, สัตบุรุษไปสวรรค์.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๔๓๕.
เพราะนักปราชญ์มีสติตั้งมั่นในธรรมวินัยนี้ ไม่เสพกามและบาป พึงละกามพร้อมทั้งทุกข์ได้ ท่านจึงกล่าวบุคคลนั้นว่า ผู้ไปทวนกระแส.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.
เมื่อสัตบุรุษให้สิ่งที่ให้ยาก ทำกรรมที่ทำได้ยาก, อสัตบุรุษย่อมทำตามไม่ได้ เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๖๓.
บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่ ( แต่ ) เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะการกระทำ.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๒.
บุคคลถึงความสำเร็จแล้ว ( พระอรหัตผล ) ไม่สะดุ้ง ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ตัดลูกศรอันจะนำไปสู่ภพได้แล้ว ร่างกายนี้จึงชื่อว่า มีในที่สุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.
ผู้ไม่ละโมบ ไม่อำพราง ไม่กระหาย ไม่ลบหลู่ ขจัดโมหะ ดุจน้ำฝาดแล้ว ไม่มีความมุ่งหวัง ครอบงำโลกทั้งหมด ควรเที่ยวไป ผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๖. ขุ. จู. ๓๐/๓๗๙.
บุคคลไม่ควรทำบาปซึ่งเป็นเครื่องกังวลในโลกทั้งปวง ด้วยกาย วาจา หรือด้วยใจ มีสติสัมปชัญญะ ละกามทั้งหลายได้แล้ว ไม่ควรเสพทุกข์อันประกอบด้วยสิ่งที่ไร้ประโยชน์.
สํ. ส. ๑๕/๔๒.
ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามทางที่สร่างความเมา บรรเทาความโศก เปลื้องสงสาร เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง โดยความเคารพ.
ขุ. พุ. ๓๓/๔๑๕.
ผู้ใดละมานะ มีตนตั้งมั่นดีแล้ว มีใจดี หลุดพ้นในที่ทั้งปวง อยู่ในป่าคนเดียว เป็นผู้ไม่ประมาท, ผู้นั้นพึงข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยู.
สํ. ส. ๒๕/๖.
บุคคลไม่ควรนิยมการกล่าวคำเท็จ ไม่ควรทำความเสน่หาในรูปโฉม ควรกำหนดรู้มานะ และประพฤติงดเว้นจากความผลุนผลัน.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘. ขุ. มหา. ๒๙/๕๑๗.
ผู้ถูกมานะหลอกลวง เศร้าหมองอยู่ในสังขาร ถูกลาภและความเสื่อมลาภย่ำยี ย่อมไม่ลุถึงสมาธิ.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๓.
ผู้ใดมีความสัตย์ มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม และมีความข่มใจ ผู้นั้นแล ชื่อว่า ผู้มีปัญญา หมดมลทิน เขาเรียกท่านว่า เถระ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๐.
เมื่อใด บัณฑิตรู้ว่า ชราและมรณะเป็นทุกข์ กำหนดรู้ทุกข์ซึ่งเป็นที่อาศัยแห่งปุถุชน มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดีที่ยิ่งกว่านั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๔๔.
ผู้ใดทำ ราคะ โทสะ มานะ และมักขะ ให้ตกไป เหมือนทำให้เมล็ดผักกาด ตกจากปลายเหล็กแหลม, เราเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๙.
ผู้ใดไม่มีความอาลัย รู้แล้วหาความสงสัยมิได้ เราเรียกผู้หยั่งลงสู่อมตะ บรรลุประโยชน์แล้วนั้นว่าเป็นพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๗๐.
คนบางพวกเหล่าใด ไม่สำรวมในกาม ยังไม่ปราศจากราคะ เป็นผู้บริโภคกามในโลกนี้, คนเหล่านั้นถูกตัณหาครอบงำ ลอยไปตาม กระแส ( ตัณหา ) ต้องเป็นผู้เข้าถึงชาติชราร่ำไป.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.
คนเหล่าใดเขลา มีปัญญาทราม มีความคิดเลว ถูกความหลง ปกคลุม, คนเช่นนั้น ย่อมติดเครื่องผูกอันมารทอดไว้นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ประกอบด้วยศีล ยินดีในความสงบด้วยปัญญา ผู้มีปัญญาเหล่านั้น เว้นไกลจากความชั่วแล้ว ไม่ต้องเชื่อผู้อื่น.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๓.
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ขวนขวายในฌาน ยินดีในความสงบอันเกิด จากเนกขัมมะ เทวดาทั้งหลายก็พอใจต่อผู้มีปัญญา ผู้รู้ดีแล้ว มีสติเหล่านั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.
ราคะ โทสะ และอวิชชา อันผู้ใดหลุดพ้นแล้ว, ผู้นั้น เป็นผู้คงที่ มีสายล่ามขาดแล้ว ไม่มีเครื่องผูก ย่อมไม่ติดในที่นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.
ผู้ใดมีจิตคุ้มครองแล้ว ฟังคำสอนของพระชินเจ้า ผู้นั้นชื่อว่าให้อาสวะทั้งปวงสิ้นไป ทำให้แจ้งซึ่งอกุปปธรรม, บรรลุความสงบอย่างยิ่ง ไม่มีอาสวะ ย่อมดับสนิท.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๒๓.
ผู้ใด ระมัดระวังอินทรีย์เหล่านั้น รู้จักอินทรีย์ ๖ ตั้งอยู่ในธรรม ยินดีในความซื่อตรงและความอ่อนโยน ล่วงกิเลสเครื่องข้องเสียได้ ละทุกข์ได้ทั้งหมดเที่ยวไป, ผู้นั้น เป็นธีรชน ย่อมไม่ติดในสิ่งที่เห็นแล้วและได้ฟังแล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๗๔.
ผู้ใดเป็นคนขัดเคือง เหนียวแน่น ปรารถนาลามก ตระหนี่ โอ้อวด ไม่ละอาย และไม่เกรงกลัวบาป พึงรู้ว่า ผู้นั้นเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๑.
บัณฑิตไม่ศึกษา เพราะอยากได้ลาภ, ไม่ขุ่นเคือง เพราะเสื่อมลาภ, ไม่ยินดียินร้ายเพราะตัณหา และไม่ติดในรส.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๘๔.
ผู้ใดพิจารณาเห็นความยิ่งและหย่อนในโลกแล้ว ไม่มีความ หวั่นไหวในอารมณ์ไหน ๆ ในโลก, เรากล่าวว่า ผู้นั้นเป็นผู้สงบ ไม่มีกิเลสดุจควันไฟ ไม่มีทุกข์ ปราศจากตัณหา ข้ามชาติชราได้.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๖๙.
ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็น ไม่มีอุปธิ ไม่ติดในกาม, ผู้นั้นเป็น พราหมณ์ เป็นผู้ดับแล้ว อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๓๑๒.
ผู้ใดไม่มีความยึดถือว่าของเราในนามรูปโดยประการทั้งปวง และผู้ใดย่อมไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปที่ไม่มีอยู่, ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าภิกษุ.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.
ผู้ใดตัดความข้องทั้งปวงแล้ว บรรเทาความกระวนกระวายใจได้, ผู้นั้น ถึงความสงบใจ เป็นผู้สงบระงับอยู่เป็นสุข.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๗๕.
ผู้ใดปราศจากความติดในกามทั้งปวง ล่วงฌานอื่นได้แล้ว อาศัยอากิญจัญญายตนฌาน น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์อันประเสริฐ, ผู้นั้นจะพึงตั้งอยู่ในอากิญจัญญายตนฌานนั้น ไม่มีเสื่อม.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๘. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๓.
ผู้ปราศจากราคะ และกำจัดโทสะได้แล้วนั้น พึงเจริญเมตตาจิตไม่มีประมาณ. ผู้นั้น งดอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ไม่ถูกติเตียนย่อมเข้าถึงสถานอันประเสริฐ.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๒.
ผู้ ( ดับกิเลสได้แล้วหมดความหวั่นไหว ) นั้น รู้ที่สุดทั้ง ๒ แล้ว ย่อมไม่ติดในท่ามกลางด้วยปัญญา, เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นละตัณหาเครื่องเย็บร้อยใจในโลกนี้ได้แล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๒. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
ผู้ติดในสิ่งที่ยึดถือว่าของเรา ย่อมละความโศกเศร้า ความรำพัน และความตระหนี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น มุนีทั้งหลายผู้เห็นความปลอดภัย จึงละความยึดถือไปได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๑๙๓. ขุ. มหา. ๒๙/๑๕๔.
ผู้มีบุตรย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร, ผู้มีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโคเหมือนกัน, นรชนมีความเศร้าโศกเพราะอุปธิ, ผู้ใด ไม่มีอุปธิ ผู้นั้นไม่ต้องเศร้าโศกเลย.
สํ. ส. ๑๕/๙.
มัจจุวรรค — หมวดความตาย ๓ บท
กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำสุขมาให้.
สํ. ส. ๑๕/๘๙.
ภัยของสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมีเพราะต้องตายแน่นอน เหมือน ภัยของผลไม้สุก ย่อมมีเพราะต้องหล่นในเวลาเช้าฉะนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๔๘. ขุ. มหา. ๒๙/๑๔๕.
ชนเหล่าใด กำหนดรู้รูปธาตุ ไม่ตั้งอยู่ในอรูปธาตุ ย่อม หลุดพ้นไปได้ในนิโรธธาตุ, ชนเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้ละมัจจุได้.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๕.
วาจาวรรค — หมวดวาจา ๖ บท
ผู้ใด พึงกล่าวถ้อยคำอันไม่เป็นเหตุให้ใคร ๆ ขัดใจ ไม่หยาบคาย เป็นเครื่องให้รู้ความได้และเป็นคำจริง, เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๗๐.
ผู้ใด ไม่โกรธ ไม่สะดุ้ง ไม่โอ้อวด ไม่รำคาญ พูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ผู้นั้นแลชื่อว่า เป็นมุนี มีวาจาสำรวมแล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๐. ขุ. มหา. ๒๙/๒๕๗.
คนเขลา ย่อมกล่าวในเรื่องใด ไม่ถูกผูกก็ติดในเรื่องนั้น, คนฉลาดย่อมกล่าวในเรื่องใด แม้ถูกผูก ก็หลุดในเรื่องนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๙.
ผู้มีภูมิปัญญา ย่อมไม่พูดพล่อย ๆ เพราะเหตุแห่งคนอื่นหรือตนเอง ผู้นั้นย่อมมีผู้บูชาในท่ามกลางชุมชน แม้ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ.
ขุ. ชา. วีสติ. ๒๗/๔๒๗.
พระพุทธเจ้าตรัสพระวาจาใด เป็นคำปลอดภัย เพื่อบรรลุพระนิพพาน และเพื่อทำที่สุดทุกข์, พระวาจานั้นแล เป็นสูงสุดแห่งวาจาทั้งหลาย.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๓๔.
คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย นั่นเป็นธรรมเก่า สัตบุรุษทั้งหลาย เป็นผู้ตั้งมั่นในคำสัตย์ที่เป็นอรรถและเป็นธรรม.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๓๔.
วิริยวรรค — หมวดเพียร ๕ บท
ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย และเห็นการปรารภ ความเพียรเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี.
ขุ. จริยา. ๒๒/๕๙๕.
ท่านทั้งหลายต้องทำความเพียรเอง ตถาคตเป็นแต่ผู้บอก ผู้มีปกติเพ่งพินิจดำเนินไปแล้ว จักพ้นจากเครื่องผูกของมาร.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๑.
อริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ เพราะขับไล่ความหลับ ความเกียจคร้าน ความบิดขี้เกียจ ความไม่ยินดี และความเมาอาหารนั้นได้ด้วยความเพียร.
สํ. ส. ๑๕/๑๐.
ผู้ใดเกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี แต่ผู้ปรารภความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าผู้นั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๐.
ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว ปรารภความเพียร ตั้งตนไว้ในกาลทุกเมื่อ ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก.
สํ. ส. ๑๕/๗๔.
สามัคคีวรรค — หมวดสามัคคี ๓ บท
ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด. นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี.
ขุ. จริยา. ๓๓/๕๙๕.
พึงศึกษาความสามัคคี, ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลายสรรเสริญแล้ว, ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ.
ขุ. ชา. เตรส. ๒๗/๓๔๖.
ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข และการสนับสนุนคนผู้พร้อมเพรียงกันก็เป็นสุข, ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๓๘.
สีลวรรค — หมวดศีล ๖ บท
เมื่อภิกษุมีมานะ ประมาทแล้ว มีความหวังในภายนอก, ศีล สมาธิ และปัญญา ย่อมไม่ถึงความบริบูรณ์.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๐.
มารค้นหาอยู่ ย่อมไม่พบทางของท่านผู้มีศีลสมบูรณ์ อยู่ด้วย ความไม่ประมาท หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๒.
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
ศีลเท่านั้นเป็นเลิศในโลกนี้ ส่วนผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุด ความ ชนะในหมู่มนุษย์และเทวดา ย่อมมีเพราะศีลและปัญญา.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
ศีลเป็นคุณรวมกำลังอย่างเลิศ ศีลเป็นเสบียงทางอย่างสูงสุด ศีลเป็นผู้นำทางอย่างประเสริฐสุด เพราะศีล ( มีกลิ่น ) ขจรไปทั่วทุกทิศ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
ศีลเป็นสะพานอันสำคัญ ศีลเป็นกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นอื่นยิ่งกว่า ศีลเป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐสุด เพราะศีล ( มีกลิ่น ) ขจรไปทั่วทุกทิศ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
เสวนาวรรค — หมวดคบหา ๘ บท
ภิกษุผู้ฟุ้งซ่าน คลอนแคลน อาศัยมิตรชั่ว ถูกคลื่นซัด ย่อมจมลงในน่านน้ำใหญ่.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๖.
พึงเป็นผู้ใคร่ธรรม ทรงไว้ซึ่งสุตะ เป็นผู้สอบถาม เข้าไปนั่งใกล้ผู้มีศีลและเป็นพหุสูตโดยเคารพ.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๒.
เห็นบัณฑิตใด ผู้มีปกติชี้ความผิดให้ ดุจผู้บอกขุมทรัพย์ให้ ซึ่งมีปกติกล่าวกำราบ มีปัญญา, พึงคบบัณฑิตเช่นนั้น, เมื่อคบท่านเช่นนั้น ย่อมประเสริฐ ไม่เลวเลย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.
ในกาลไหน ๆ ผู้คบคนเลว ย่อมเลว คบคนเสมอกัน ไม่พึงเสื่อม คบหาคนประเสริฐ ย่อมพลันเด่นขึ้น เหตุนั้นควรคบคนที่สูงกว่าตน.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๕๘.
บุคคลควรคบผู้เลื่อมใสเท่านั้น ควรเว้นผู้ไม่เลื่อมใส ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้เลื่อมใส เหมือนผู้ต้องการน้ำเข้าไปหาห้วงน้ำฉะนั้น.
ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๓.
บัณฑิตไม่ควรทำความเป็นเพื่อนกับคนส่อเสียด คนมักโกรธ คนตระหนี่ และคนเพลิดเพลินในสมบัติ เพราะการสมาคมกับคนชั่ว เป็นความเลวทราม.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕.
ควรคบกับคนที่คบตน ไม่ควรคบคนที่ไม่คบตน ผู้ใดไม่คบคน ที่คบตน ผู้นั้นชื่อว่าไม่มีธรรมของสัตบุรุษ.
ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๓.
พึงสมาคมกับสัตบุรุษ พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ ผู้นั้น รู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง.
สํ. ส. ๑๕/๘๐.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก