พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นโท · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ · ๒๐๑ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๒๙ บท
อัตตวรรค — หมวดตน ๓ บท
บุคคลไม่ควรพล่าประโยชน์ของตน เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก รู้จักประโยชน์ของตนแล้ว พึงขวนขวายในประโยชน์ของตน.
ขุ.ธ. ๒๕/๓๗.
ถ้าสอนผู้อื่นฉันใด พึงทำตนฉันนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้ว ควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก.
ขุ.ธ. ๒๕/๓๖.
บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง.
ขุ.ธ. ๒๕/๓๖.
อัปปมาทวรรค — หมวดไม่ประมาท ๓ บท
คนมีปัญญาดี ไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้ง (คนโง่) เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไปฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘,๑๙.
ยศย่อมเจริญ แก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
อย่ามัวแต่ประมาท อย่ามัวแต่สนิทชิดชอบในกาม เพราะผู้ไม่ประมาท พิจารณาอยู่ ย่อมถึงบรมสุข.
สํ. ส. ๑๕/๓๖.
กัมมวรรค — หมวดกรรม ๙ บท
ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว.
ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.
เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อน เพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๓.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว.
สํ. ส. ๑๕/๓๓๓.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน ย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
ผู้ใด ปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อน ในภายหลัง ผู้นั้น ย่อมเดือดร้อน ในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่ม ฉะนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.
ถ้าประสพสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น.
ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๕.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
กิเลสวรรค — หมวดกิเลส ๙ บท
กามทั้งหลายเป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ เป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาลนาน.
ขุ. เถรี. ๒๖/๔๙๙.
คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๓๔.
พราหมณ์ ! พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.
สํ. ส. ๑๕/๒๓๖.
ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา ความร่าเริง การเล่น และเมถุนพร้อมทั้งเครื่องประดับเสีย.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๕. ขุ. มหา. ๒๙/๔๕๗,๔๖๐.
คนที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่เพ่งโทษนั้น อาสวะก็เพิ่มพูน เขายังไกลจากความสิ้นอาสวะ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.
เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่งในธรรม ๒ อย่าง เมื่อนั้นกิเลส เครื่องตรึงทั้งปวงของพราหมณ์ผู้รู้นั้น ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๗.
ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและ โลภเป็นลำต้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๖.
บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้วย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘. ขุ. มหา. ๑๙/๕๐๑.
โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๘.
ขันติวรรค — หมวดอดทน ๕ บท
ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น ผู้มีขันติ ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน.
ส. ม. ๒๒๒.
ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดราก แห่งความติเตียนและการทะเลาะกันเป็นต้นได้.
ส. ม. ๒๒๒.
ผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ ผู้มีขันติ เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ส. ม. ๒๒๒.
ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง.
ส. ม. ๒๒๒.
ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญ เพราะขันติเท่านั้น.
ส. ม. ๒๒๒.
จิตตวรรค — หมวดจิต ๑๓ บท
เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๐.
จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้นจักไม่เหลือในจิตนั้น.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๙.
สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๒๕๐.
สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดอบรมบริบูรณ์ดีแล้ว ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๒๕๐.
โจรกับโจรหรือไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน ส่วนจิตที่ตั้งไว้ผิด พึงทำเขาให้เสียหายยิ่งกว่านั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๐.
ผู้ใดจักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ(คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้นจักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙,๒๐.
มารดาบิดาหรือญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้ ส่วนจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว พึงทำเขาให้ดีกว่านั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๐.
คนมีปัญญาทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศร ทำลูกศรให้ตรงได้ฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด ราคะย่อมรั่วรดจิต ที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๖.
ผู้ใด มักหวาดสะดุ้งต่อเสียง เหมือนเนื้อทรายในป่า ท่านเรียกผู้นั้นว่ามีจิตเบา พรตของเขาย่อมไม่สำเร็จ
สํ. ส. ๑๕/๒๙๖.
จิตนี้ถูกยกขึ้นจากอาลัยคือกามคุณ เพื่อละที่ตั้งแห่งมาร ย่อมดิ้นรน เหมือนปลาถูกจับขึ้นจากน้ำโยนไปบนบกฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
จิตของท่านย่อมเดือดร้อน เพราะเข้าใจผิด ท่านจงเว้นเครื่องหมาย ที่สวยงามประกอบด้วยความรัก.
สํ. ส. ๑๕/๒๗๗.
ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.
ทานวรรค — หมวดทาน ๖ บท
เมื่อให้ทานในวัตถุอันเลิศ บุญอันเลิศ อายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สุข และกำลังอันเลิศ ก็เจริญ.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๙.
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในภพที่ตนเกิด.
องฺ ปญฺจก. ๒๒/๕๖.
พึงนำ (สมบัติ) ออกด้วยการให้ วัตถุที่ให้แล้วย่อมเป็นอันนำออกดีแล้ว วัตถุที่ให้แล้วย่อมมีสุขเป็นผล ส่วนวัตถุที่ยังไม่ได้ให้ก็ไม่เป็นอย่างนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๔๓.
ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผล ที่ปลาย.
สทฺทสารตฺถชาลินี.
ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้วฉันนั้น.
ขุ. ขุ. ๒๕/๑๐.
ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ.
สํ. ส. ๑๕/๔๔.
ธัมมวรรค — หมวดธรรม ๑๓ บท
ผู้ใดสอนธรรมแก่คนปฏิบัติไม่ถูก ถ้าเขาทำตามคำของผู้นั้น จะไม่ไปสู่ทุคติ.
ขุ. ชา สฏฺฐี. ๒๘/๓๙.
ผู้มีปัญญาทราม มีจิตใจกระด้าง ถึงฟังคำสอนของพระชินเจ้า ก็ยังห่างไกลจากพระสัทธรรม เหมือนดินกับฟ้า.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๒๓.
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล และคนงานชั้นต่ำ ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในสวรรค์ชั้นไตรทิพย์.
ขุ. ชา. ๒๗/๗๖/๑๗๕
คนมีตัณหาเป็นเพื่อน ท่องเที่ยวอยู่ช้านาน ไม่ล่วงพ้นสงสาร ที่กลับกลอกไปได้.
ขุ. จู. ๓๐/๓๒๐.
เขากล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน และฝั่งทะเลก็ไกลกัน แต่ธรรมของสัตบุรุษกับของอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่านั้น.
ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๓.
ผู้ไม่คดโกง ไม่พูดเพ้อ มีปรีชา ไม่หยิ่ง มีใจมั่นคงนั้นแล ย่อมงอกงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๓๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๕๑.
ผู้ถูกราคะย้อม ถูกกองมืด (อวิชชา) ห่อหุ้มแล้ว ย่อมไม่เห็น ธรรมสำหรับฝืนใจอันละเอียดลออ ลึกซึ้ง ซึ่งเห็นได้ยาก.
ที. มหา. ๑๐/๔๑.
เมื่อพระพุทธเจ้า ผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก พระองค์ย่อม ประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๔๑๘.
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารี, ผู้นั้นย่อมห่างจาก พระสัทธรรม เหมือนฟ้ากับดินฉะนั้น.
ขุ. เถร ๒๖/๓๑๑.
ชนเหล่าใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว ชนเหล่านั้น จักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก.
ขุ. ธ ๒๕/๒๖.
ผู้ใด ปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์ ผู้นั้น พึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม ๓ อย่าง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๐๖.
ผู้ใดฟังธรรมแม้น้อย ย่อมเห็นธรรมด้วยกาย ผู้ใดไม่ประมาทธรรม ผู้นั้นแล ชื่อว่าผู้ทรงธรรม.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.
ควรเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย จะเห็นอรรถแจ่มแจ้งได้ด้วย ปัญญา ความหลุดพ้นแห่งใจย่อมมี เหมือนไฟดับ.
องฺ. สตฺตก. ๒๓/๔.
ปกิณณกวรรค — หมวดเบ็ดเตล็ด ๑๗ บท
ผู้ใด ผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา ได้ฆ่าเรา ได้ชนะเรา ได้ลัก ของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๕.
ผู้ใดไม่ผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา เขาได้ฆ่าเรา ได้ชนะเรา ได้ลักของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมระงับ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๕.
เปลวไฟที่ถูกกำลังลมพัดดับวูบไป ย่อมกำหนดนับไม่ได้ฉันใด, ผู้รู้พ้นไปแล้วจากนามกาย ดับวูบไป ย่อมกำหนดนับไม่ได้ฉันนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๖.
อินทรีย์ของมนุษย์มีอยู่เพื่อประโยชน์ และมิใช่ประโยชน์ คือ ที่ไม่รักษา ไม่เป็นประโยชน์ ที่รักษา จึงเป็นประโยชน์.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๒.
ผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน ไม่พึงลุอำนาจของโลภะ พึงกำจัดน้ำใจที่ละโมบเสีย.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๙๖.
ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.
คนเขลา มีกำลัง หาทรัพย์อย่างผลุนผลัน ไม่ดี นายนิรยบาล ย่อมฉุดคนโง่มีปัญญาทรามผู้คร่ำครวญอยู่นั้น ไปสู่นรกอันร้ายกาจ.
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๒๕.
กามคุณ ๕ ในโลก มีใจเป็นที่ ๖ อันท่านชี้แจงไว้แล้ว บุคคล คลายความพอใจในกามคุณนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้.
สํ. ส. ๑๕/๒๓.
ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น ผู้นั้น ชื่อว่า พัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
คนเกาะไม้ฟืนเล็ก ๆ พึงจมลงในทะเลฉันใด คนมั่งมีอาศัยความ เกียจคร้านก็ล่มจมฉันนั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
พระจันทร์ พระอาทิตย์ สมณพราหมณ์ และฝั่งทะเล ต่างก็มีกำลัง, แต่สตรีมีกำลังยิ่งกว่ากำลัง (เหล่านั้น).
ขุ. ชา. นวก. ๒๗/๒๖๑.
พระตถาคตเจ้าย่อมเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก คือสตรีและบุรุษผู้ทำตามคำสอน.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๓๗.
ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๑.
คนใด จัดทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว คนนั้นจักถึงฝั่งที่สวัสดี เหมือนพ่อค้าถึงฝั่งที่สวัสดีเพราะม้าวลาหก.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๗๑.
คนรู้จักขนบธรรมเนียม ย่อมยำเกรงผู้เฒ่าผู้แก่ ในชาตินี้ก็มีผู้สรรเสริญ ชาติหน้าก็ไปดี.
ขุ. ชา เอก. ๒๗/๑๒.
รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และธรรมารมณ์นั้น ล้วนเป็นโลกามิส อันร้ายกาจ สัตวโลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้.
สํ. ส. ๑๕/๑๖๖.
แม้มีปัญญารุ่งโรจน์อย่างไฟ เมื่ออยู่ในต่างประเทศก็ควรอดทน คำขู่เข็ญแม้ของทาส.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๑.
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา ๘ บท
คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๕.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.
ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.
คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ เหมือนพระจันทร์ประเสริฐ กว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญา เล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๐.
ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
ปมาทวรรค — หมวดประมาท ๓ บท
หากกล่าวพุทธพจน์ได้มาก แต่เป็นคนประมาท ไม่ทำตามพุทธพจน์นั้น ก็ไม่มีส่วนแห่งสามัญญผล เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโคให้ผู้อื่นฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๗.
คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ เมื่อเขาถือตัว มัวประมาท อาสวะย่อมเจริญ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๔.
เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น.
ม. ม. ๑๓/๔๘๖.
ปาปวรรค — หมวดบาป ๗ บท
ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศก ในโลกทั้งสอง เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือดร้อน.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๗.
แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด คนเขลาสั่งสมบาป แม้ทีละน้อย ๆ ก็เต็มด้วยบาปฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.
คนพูดเท็จ ล่วงสัตยธรรมเสียอย่างหนึ่ง ไม่คำนึงถึงโลกหน้า จะไม่พึงทำบาปเป็นอันไม่มี.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๘.
บาปกรรมที่ทำแล้ว ย่อมไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนนมสดที่รีด ในวันนั้น บาปย่อมตามเผาคนเขลา เหมือนไฟที่เถ้ากลบไว้.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้ ยาพิษซึมเข้า ฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.
ผู้ใดระงับบาปน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ท่านเรียกผู้นั้น ว่าสมณะ เพราะเป็นผู้ระงับบาปทั้งหลายได้.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๐.
ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อย มีทรัพย์มาก เว้นหนทางที่มีภัย และเหมือนผู้รักชีวิต เว้นยาพิษเสีย ฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล ๕๔ บท
เมื่อเขาขอโทษ ถ้าผู้ใดมีความขุ่นเคือง โกรธจัด ไม่ยอมรับ ผู้นั้นชื่อว่าหมกเวรไว้.
สํ. ส. ๑๕/๓๔.
ในหมู่มนุษย์ คนที่ถึงฝั่ง (นิพพาน) มีน้อย ส่วนประชานอกนี้ วิ่งอยู่ตามชายฝั่ง.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๖.
จงอบรมจิตให้แน่วแน่มั่นคง ด้วยอสุภสัญญา จงมีสติไปในกาย จงมีความเบื่อหน่ายมาก (ในสังขารทั้งปวง).
สํ. ส. ๑๕/๒๗๗.
มุนีเหล่าใด เป็นผู้ไม่เบียดเบียน สำรวมทางกายเป็นนิตย์ มุนี เหล่านั้น ย่อมไปสู่สถานไม่จุติ ที่ไปแล้วไม่ต้องเศร้าโศก.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๕.
ผู้ที่ (มารดา) บิดาเลี้ยงมาโดยยากอย่างนี้ ไม่บำรุง (มารดา) บิดา ประพฤติผิดใน (มารดา) บิดา ย่อมเข้าถึงนรก.
ขุ. ชา. สตฺตติ. ๒๘/๖๖.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อบุคคลระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อยู่อย่างนี้ ความกลัว ความครั่นคร้าม ขนพองสยองเกล้าจักไม่มี.
สํ. ส. ๑๕/๓๒๓.
ความโกรธเกิดขึ้นแก่คนโง่เขลาไม่รู้แจ้ง เพราะความแข่งดี เขา ย่อมถูกความโกรธนั้นแลเผา.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๘๐.
คนใดมีท้องพร่อง ย่อมทนความหิวได้ ผู้ฝึกตนมีความเพียร กินดื่ม พอประมาณ ไม่ทำบาปเพราะอาหาร ท่านเรียกคนนั้นแล ว่าสมณะในโลก.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๗๔.
นรชนผู้กำหนัดในกาม ยินดีในกาม หมกมุ่นในกาม ทำบาปทั้งหลาย ย่อมเข้าถึงทุคติ.
ขุ. ชา สฏฺฐิ. ๒๘/๓๓.
พระอรหันต์ทั้งหลาย อยู่ในที่ใด คือบ้านก็ตาม ป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ตาม ที่ดอนก็ตาม ที่นั้นย่อมเป็นภูมิน่ารื่นรมย์.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
คนเหล่าใด อันเทวทูตตักเตือนแล้ว ยังประมาทอยู่ คนเหล่านั้น เข้าถึงกายอันเลว ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน.
ม. อุป. ๑๔/๓๔๖.
โจรผู้มีความชั่ว ถูกเขาจับได้ซึ่งหน้า ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรม ของตนฉันใด ประชาผู้มีความชั่ว ละไปแล้ว ย่อมเดือดร้อน เพราะกรรมของตนในโลกหน้าฉันนั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๙.
คนใด หยิ่งเพราะชาติ หยิ่งเพราะทรัพย์ หยิ่งเพราะสกุล ย่อมดูหมิ่น ญาติของตน ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งความเสื่อมของคนนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๗.
เราเรียกผู้ไม่เยื่อใยในกามทั้งหลายนั้นว่าผู้สงบ เครื่องร้อยรัด ของเขาไม่มี เขาจึงข้ามตัณหาว้าวุ่นไปได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๙๕,๒๙๗.
ถึงเป็นคนมีเดช มีปัญญาเฉียบแหลม อันคนเป็นอันมากสักการบูชา อยู่ในอำนาจของสตรีเสียแล้ว ย่อมไม่รุ่งเรือง เหมือนพระจันทร์ถูก พระราหูบังฉะนั้น.
ขุ. ชา อสีติ. ๒๘/๑๒๗.
สัตบุรุษย่อมปรากฏได้ในที่ไกล เหมือนภูเขาหิมพานต์ อสัตบุรุษ ถึงนั่งอยู่ในที่นี้ ก็ไม่ปรากฏ เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๕.
ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ เพราะการ สงเคราะห์นั้น เขาย่อมได้เกียรติ ละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์.
ขุ. ชา. ฉกฺก. ๒๗/๒๐๕.
บัณฑิต ย่อมไม่ประพฤติกรรมชั่ว เพราะเหตุแห่งสุขเพื่อตน, สัตบุรุษอันทุกข์ถูกต้อง แม้พลาดพลั้งไป ก็ไม่ยอมละธรรม เพราะฉันทาคติและโทสาคติ.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๑๔๖๗/๒๙๗.
การบำเพ็ญประโยชน์ โดยไม่ฉลาดในประโยชน์ ก็นำความสุข มาให้ไม่ได้เลย ผู้มีปัญญาทรามย่อมพร่าประโยชน์ ดุจลิงเฝ้าสวน ฉะนั้น.
ขุ. ชา เอก. ๒๗/๑๕.
บุรุษจะเป็นบัณฑิตในที่ทั้งปวงก็หาไม่ แม้สตรีก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉียบแหลมในที่นั้น ๆ ได้เหมือนกัน.
ขุ. ชา. อฏฺฐก. ๒๗/๒๔๑.
ภิกษุไม่ควรหวั่นไหวเพราะนินทา ได้รับสรรเสริญ ก็ไม่ควรเหิมใจ พึงบรรเทาความโลภกับความตระหนี่ ความโกรธ และความส่อเสียดเสีย.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๖. ขุ. มหา. ๒๙/๔๖๔,๔๖๖.
ผู้ฉลาดเฉียบแหลม แสดงเหตุและไม่ใช่เหตุได้แจ่มแจ้ง และ คาดเห็นผลประจักษ์ ย่อมเปลื้องตน (จากทุกข์) ได้ฉับพลัน อย่ากลัวเลย เขาจักกลับมาได้.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๔๔.
ผู้ตั้งใจประพฤติตนเป็นคนโสด เขารู้กันว่าเป็นบัณฑิต ส่วนคนโง่ฝักใฝ่ในเมถุน ย่อมเศร้าหมอง.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๘๖.
ผู้ฉลาดละเครื่องกั้นจิต ๕ ประการ กำจัดอุปกิเลสทั้งหมด ตัดรัก และชังแล้ว อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้ พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือน นอแรดฉะนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๘. ขุ. จู. ๓๐/๔๑๐.
คนเขลาคิดว่า เรามีบุตร เรามีทรัพย์ จึงเดือดร้อน ที่แท้ตน ของตนก็ไม่มี จะมีบุตร มีทรัพย์ มาแต่ที่ไหนเล่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๓.
มารดาบิดา ท่านว่าเป็นพรหม เป็นบุรพาจารย์ เป็นที่นับถือของบุตร และเป็นผู้อนุเคราะห์บุตร.
ขุ. ชา. สตฺตติ. ๒๗/๖๖.
ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
คนไม่มีโชค มีศิลป์หรือไม่มีศิลป์ก็ตาม ขวนขวายรวบรวม ทรัพย์ใดไว้ได้เป็นอันมาก ส่วนคนมีโชค ย่อมบริโภคทรัพย์เหล่านั้น.
ขุ. ชา. ติก. ๒๗/๑๑๗.
ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ไปสู่แว่นแคว้น ตำบลหรือเมืองหลวงใด ๆ ก็ตาม ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๕๔.
คนปรารถนาลามก ไม่ละอาย ไม่เอื้อเฟื้อ เพราะเหตุใด เขาย่อมสร้างบาปเพราะเหตุนั้น เขาไปสู่อบาย เพราะเหตุนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๖.
บุคคลรู้แจ้งธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว จากผู้ใด พึงนอบน้อมผู้นั้นโดยเคารพ เหมือนพราหมณ์นับถือการบูชาไฟ ฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๘.
ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น.
ม. ม. ๑๒/๔๘๗.
บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาต้นไม้ใด ไม่ควรหักกิ่งต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๒๖.
ชนเหล่าใด ฉลาดในขนบธรรมเนียมโบราณ และประกอบด้วย จารีตประเพณีดี ชนเหล่านั้น ย่อมไม่ไปสู่ทุคติ.
ขุ. ชา. สตฺตติ. ๒๘/๖๓.
ผู้ใดจักไม่ทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว ผู้นั้นจักถึงความย่อยยับ เหมือนพ่อค้าถึงความย่อยยับ เพราะพวกโจรสลัดฉะนั้น.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๗๑.
ผู้ใดยกย่องตนและดูหมิ่นผู้อื่น เป็นคนเลวเพราะการถือตัวเอง พึงรู้ผู้นั้นว่าเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๑.
ผู้ใดเห็นศีล ปัญญา และสุตะ ในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติ ประโยชน์ตนและผู้อื่นทั้ง ๒ ฝ่าย.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๑.
ผู้ใดมีสติเฉพาะหน้า เจริญเมตตาไม่มีประมาณ สังโยชน์ ของผู้เห็นความสิ้นแห่งอุปธินั้น ย่อมเบาบาง.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๕๒.
ผู้ใดย่อมรีบในกาลที่ควรช้า และช้าในกาลที่ควรรีบ ผู้นั้นเป็นคนเขลา ย่อมถึงทุกข์ เพราะการจัดทำโดยไม่แยบคาย.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๓.
ผู้ใดช้าในกาลที่ควรช้า และรีบในกาลที่ควรรีบ ผู้นั้นเป็นผู้ฉลาด ย่อมถึงสุข เพราะการจัดทำโดยแยบคาย.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๓.
ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ชนะเอง ไม่ให้ผู้อื่นชนะ ผู้นั้น ชื่อว่ามีเมตตาต่อสัตว์ทั้งปวง และไม่มีเวรกับใคร ๆ.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๕๒.
ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๖.
ผู้มีปรีชาใด เป็นคนกตัญญูกตเวที มีกัลยาณมิตรสนิทสนมกัน และช่วย ทำกิจของมิตรผู้ตกยากโดยเต็มใจ ท่านเรียกคนอย่างนั้นว่าสัตบุรุษ.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
ผู้ใด กู้หนี้เขามากินมาใช้แล้วหลบหนีไป ด้วยปฏิเสธว่าหนี้ของท่านไม่มี พึงรู้ผู้นั้นว่าเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๐.
ผู้ใดเป็นคนฉลาด แกล้วกล้า เป็นผู้ฟังมาก ทรงธรรม และประพฤติธรรม สมควรแก่ธรรม คนเช่นนั้นท่านเรียกว่า ยังหมู่ให้งดงาม.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๐.
บัณฑิตละราคะ โทสะ และโมหะ ทำลายสังโยชน์ได้แล้ว ย่อมไม่หวาดเสียวในการสิ้นชีวิต พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๔๒๖, ๔๒๗.
ถ้าเป็นผู้มีอินทรีย์สมบูรณ์ สงบและยินดีในทางสงบแล้ว จึงชื่อว่า ชนะมารพร้อมทั้งพาหนะ ทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุด.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๗๑.
ถ้าท่านกลัวทุกข์ ถ้าท่านไม่รักทุกข์ ก็อย่าทำบาปกรรม ทั้งในที่แจ้งทั้งในที่ลับ.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๕๐.
เราคิดค้นหาทุกทิศแล้ว ก็ไม่พบผู้อื่นซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตน ในที่ไหน ๆ, ถึงผู้อื่นก็มีตนเป็นที่รักมากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผู้รักตน จึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๙.
ไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน ไม่ควรเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น ภิกษุปรารถนาลาภของผู้อื่น ย่อมไม่บรรลุสมาธิ.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.
ผู้ไม่ระเริงไปในอารมณ์ที่ชอบใจ ไม่ประกอบในความดูหมิ่น เป็นผู้ละเอียดเฉียบแหลม ย่อมไม่เชื่อง่าย ไม่หน่ายแหนง.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๗๙,๒๘๔.
ผู้ติดใจในการบริโภคกาม ยินดีหมกมุ่นในกามทั้งหลาย ย่อมไม่รู้สึก ซึ่งความถลำตัว เหมือนปลาถลันเข้าลอบ ที่เขาดักไว้ไม่รู้สึกตัวฉะนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๘.
คนผู้ตื่นขึ้นแล้ว ย่อมไม่เห็นอารมณ์ อันประจวบด้วยความฝันฉันใด คนผู้อยู่ย่อมไม่เห็นชน อันตนรักทำกาละล่วงไปแล้วฉันนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๒. ขุ. มหา. ๒๙/๑๕๑,๑๕๒.
ผู้ไม่สันโดษด้วยภริยาของตน ย่อมซุกซนในหญิงแพศยา และ ประทุษร้ายในภริยาของคนอื่น นั่นเป็นเหตุแห่งความเสื่อม.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๘.
ปุญญวรรค — หมวดบุญ ๕ บท
ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้ ตายแล้ว ย่อมยินดี ชื่อว่าย่อมยินดีในโลก ทั้งสอง เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไว้แล้ว ไปสู่สุคติย่อมยินดียิ่งขึ้น.
ขุ. ธ. ๒/๑๗.
ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกนี้ ละไปแล้ว ย่อมบันเทิง ชื่อว่าย่อมบันเทิง ในโลกทั้งสอง เขาเห็นความบริสุทธิ์แห่งกรรมของตนแล้ว ย่อมบันเทิงปราโมทย์.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๗.
ถ้าบุรุษจะพึงทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจ ในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๐.
ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่า มีประมาณน้อย จักไม่มาถึง, แม้หม้อน้ำ ย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตก ฉันใด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญ ฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.
สหายเป็นมิตรของคน ผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อย ๆ บุญทั้งหลายที่ตนทำเอง บุญนั้นจะเป็นมิตรในสัมปรายภพ.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
มัจจุวรรค — หมวดความตาย ๘ บท
วันคืนย่อมล่วงไป ชีวิตย่อมหมดเข้าไป อายุของสัตว์ย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำแห่งแม่น้ำน้อย ๆ ฉะนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๑๕๙. ขุ. มหา. ๒๙/๑๔๔.
อายุของมนุษย์มีน้อย คนดีพึงดูถูกอายุนั้นเสีย พึงประพฤติดุจ คนที่ศีรษะถูกไฟไหม้ มฤตยูจะไม่มาถึงย่อมไม่มี.
สํ. ส. ๑๕/๑๕๘. ขุ. มหา. ๑๙/๑๔๓.
ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด ล้วนไปสู่อำนาจแห่ง ความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า.
นัย. ที. มหา. ๑๐/๑๔๑. ขุ. สุ. ๒๕/๔๔๘.
จะอยู่ในอากาศ อยู่กลางสมุทร เข้าไปสู่หลืบเขา ก็ไม่พ้นจาก มฤตยูได้ ประเทศคือดินแดนที่มฤตยูจะไม่รุกรานผู้อยู่ ไม่มี.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
ความตายย่อมทำคนเก็บดอกไม้ (กามคุณ) มีใจข้องในอารมณ์ ต่าง ๆ ไม่อิ่มในกาม ไว้ในอำนาจ.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๑.
ผู้เลี้ยงโค ย่อมต้อนฝูงโคไปสู่ที่หากินด้วยพลองฉันใด ความแก่ และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๓.
ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำแล้ว ล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด, ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้น.
นัย. ที. มหา. ๑๐/๑๔๑. ขุ. สุ. ๒๕/๔๔๘.
ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๖๔.
วาจาวรรค — หมวดวาจา ๙ บท
พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘.
บุคคลพึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน และไม่เป็น เหตุเบียดเบียนผู้อื่น วาจานั้นแล เป็นสุภาษิต.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๑๑.
ไม่ควรพูดจนเกินกาล ไม่ควรนิ่งเสมอไป เมื่อถึงเวลา ก็ควรพูด พอประมาณ ไม่ฟั่นเฝือ.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๘.
ควรกล่าววาจาที่น่ารักอันผู้ฟังยินดีเท่านั้น เพราะคนดีไม่นำพา คำชั่วของผู้อื่นแล้ว กล่าวแต่คำไพเราะ.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๑๒.
คนที่เกิดมา มีผึ่งเกิดอยู่ในปาก คนโง่กล่าวคำไม่ดี ก็ชื่อว่า เอาผึ่งถากตัวเอง.
องฺ. ทสก. ๒๔/๑๘๕.
บุคคลทำสิ่งใด ควรพูดสิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งใด ไม่ควรพูดสิ่งนั้น บัณฑิตย่อมกำหนดรู้คนที่ไม่ทำ ได้แต่พูด.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
คนใด ถูกอ้างเป็นพยาน เบิกความเท็จ เพราะตนก็ดี เพราะผู้อื่นก็ดี เพราะทรัพย์ก็ดี พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๐.
ผู้ใดสรรเสริญคนควรติ หรือติคนที่ควรสรรเสริญ ผู้นั้นย่อม เก็บโทษด้วยปาก เขาไม่ได้สุขเพราะโทษนั้น.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๔.
ถ้ามีวาจาที่ประกอบด้วยข้อความ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์แม้ตั้งพัน ข้อความ ที่เป็นประโยชน์ บทเดียว ที่ฟังแล้วสงบระงับได้ ประเสริฐกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
วิริยวรรค — หมวดความเพียร ๖ บท
ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย เหมือนคนก่อไฟน้อยขึ้นฉะนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒.
ควรทำวันคืนไม่ให้เปล่า จากประโยชน์น้อยหรือมาก เพราะวันคืน ผ่านบุคคลใดไป ชีวิตของบุคคลนั้น ย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๕.
ผู้ขยันในหน้าที่การงาน ไม่ประมาท เข้าใจจัดการ เลี้ยงชีวิตพอสมควร จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๙๘.
เมื่อความบากบั่นมีอยู่ บัณฑิตพึงเว้นบาปในโลกนี้เสีย เหมือนคนมีจักษุ เว้นทางอันไม่เรียบร้อยฉะนั้น.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๔๙.
ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้ปรารภ ความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๐.
ผู้ไม่สำคัญความหนาวและความร้อนให้ยิ่งไปกว่าหญ้า ทำกิจของบุรุษ ย่อมไม่เสื่อมจากความสุข.
ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.
สัทธาวรรค — หมวดศรัทธา ๔ บท
ผู้มีศรัทธา มีปัญญา ตั้งในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล แม้คนเดียว ย่อมเป็นประโยชน์แก่ญาติและพวกพ้องผู้ไม่มีศรัทธา.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๖.
ผู้ใด ใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิน คือความตระหนี่ได้ ผู้นั้นแล ท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๙๑.
ผู้มีศรัทธา ประกอบด้วยศีล เพียบพร้อมด้วยยศและโภคะ จะไปสู่ถิ่นใด ๆ ก็มีคนบูชาในถิ่นนั้น ๆ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๕.
คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน.
สํ. ส. ๑๕/๘๒.
สีลวรรค — หมวดศีล ๑๒ บท
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้น ควรชำระศีลให้บริสุทธิ์.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
คนผู้ทุศีล ย่อมได้รับความติเตียน และความเสียชื่อเสียง ส่วนผู้มีศีล ย่อมได้รับชื่อเสียง และความยกย่องสรรเสริญทุกเมื่อ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.
ผู้มีปรีชา มั่นคงดีแล้วในศีล ย่อมได้รับชื่อเสียงในโลกนี้ ละไปแล้ว ย่อมดีใจในสวรรค์ ชื่อว่าย่อมดีใจในที่ทั้งปวง.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
คนเขลา ไม่มั่นคงในศีล ถูกติเตียนในโลกนี้ และละไปแล้ว ย่อมเสียใจในอบาย ชื่อว่าย่อมเสียใจในที่ทั้งปวง.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๘.
ผู้ใดในโลกนี้ สำรวมทางกายวาจาและใจ ไม่ทำบาปอะไร ๆ และไม่พูดพล่อย เพราะเหตุแห่งตน ท่านเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีศีล.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๐.
เพราะฉะนั้น หญิงและชายผู้มีศีล รักษาอุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ทำบุญอันมีสุขเป็นกำไร จึงไม่ถูกติเตียน ย่อมเข้าถึงสถานสวรรค์.
องฺ. ติก. ๒๐/๒๗๖.
เวทมนตร์ ชาติกำเนิด พวกพ้อง นำสุขมาให้ในสัมปรายภพไม่ได้ ส่วนศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้ว จึงนำสุขมาในสัมปรายภพได้
ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/๑๗๕.
ถ้าเป็นพหุสูต มั่นคงดีในศีล บัณฑิตย่อมสรรเสริญเขา ด้วยคุณ ๒ ประการ คือด้วยศีลและด้วยสุตะ.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๙.
ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๙.
พึงศึกษาศีลในโลกนี้ เพราะศีลที่ศึกษาดีแล้ว เสพแล้วในโลกนี้ ย่อมน้อมนำมาซึ่งสมบัติทั้งปวง.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.
ผู้มีปัญญาเมื่อปรารถนาสุข ๓ อย่าง คือ ความสรรเสริญ ความได้ทรัพย์ และความละไปบันเทิงในสวรรค์ ก็พึงรักษาศีล.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.
ผู้มีศีล ย่อมได้มิตรมาก ด้วยความสำรวม ส่วนผู้ไม่มีศีล ประพฤติชั่ว ย่อมแตกจากมิตร.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๗.
เสวนาวรรค — หมวดคบหา ๗ บท
บัณฑิตไม่พึงคบอสัตบุรุษ พึงคบสัตบุรุษ เพราะอสัตบุรุษย่อม นำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมให้ถึงสุคติ.
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๓๗.
คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด การคบกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น.
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๓๗.
ผู้คบคนชั่ว ย่อมถึงความสุขโดยส่วนเดียวไม่ได้ เขาย่อมยังตน ให้ประสบโทษ เหมือนกิ้งก่าเข้าฝูงเหี้ยฉะนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๖.
ผู้ปรารถนาความสุขที่มั่นคง พึงเว้นมิตรชั่วเสีย คบแต่บุคคลสูงสุด และพึงตั้งอยู่ในโอวาทของท่าน.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วย ฉันใด การคบกับคนพาลก็ฉันนั้น.
ขุ. ชา มหา. ๒๘/๓๐๓.
คบคนเช่นใดเป็นมิตร และสมคบคนเช่นใด เขาก็เป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมเป็นเช่นนั้น.
ขุ. ชา. วีส. ๒๓/๔๓๗.
บัณฑิต พึงทำความเป็นเพื่อนกับคนที่ศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญาและเป็นพหูสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก