พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๓๒ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓๒ บท
กัมมวรรค — หมวดกรรม
กัมมวรรค — หมวดกรรม · ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
อติสีตํ อติอุณฺหํอติสายมิทํ อหุ
อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเตอตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Atisītaṃ atiuṇhaṃAtisāyamidaṃ ahu
Iti vissaṭṭhakammanteAtthā accenti māṇave.
คัมภีร์ที่มา : ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.
คำแปล : ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว.
EnglishSaying, “It’s too cold, it’s too hot, it’s too late,” one delays and abandons work; thus they let their chances pass by.
IndonesiaTerlalu dingin atau terlalu panas, atau terlalu terlambat, jangan jadikan alasan untuk menunda kewajiban. Jika seseorang menunda pekerjaannya, waktu dan kesempatan akan hilang bagi manusia.
中文以“太冷、太热、太晚了”为借口而放弃工作的人,一切利益都会从他身边流逝。
DeutschWer die Arbeit liegen lässt mit den Worten „zu kalt, zu heiß, zu spät“ – an dem geht aller Nutzen vorüber.
DanskDen, der lader arbejdet ligge med ordene »for koldt, for varmt, for sent« – ham går al gavn forbi.
हिन्दी‘बहुत ठंड है, बहुत गर्मी है, बहुत देर हो गई’ कहकर काम छोड़ देने वाले के पास से सारे लाभ निकल जाते हैं।
日本語「寒すぎる、暑すぎる、もう遅い」と言って仕事を捨てる人からは、あらゆる利益が過ぎ去っていく。
नेपाली‘धेरै जाडो छ, धेरै गर्मी छ, धेरै ढिलो भयो’ भन्दै काम छोड्नेबाट सबै लाभ बितेर जान्छन्।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อติสีตํ อติอุณฺหํ อติสายมิทํ อหุ อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว” แปลว่า “ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว” สุภาษิตนี้สอนว่า ผู้ที่หาข้ออ้างเพื่อเลื่อนหรือละทิ้งงานอยู่เสมอ ย่อมพลาดประโยชน์ที่ควรได้ เพราะโอกาสและเวลาไม่รอใคร

สุภาษิตนี้มาในสิงคาลกสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สิงคาลกมาณพ โดยกล่าวถึงโทษของความเกียจคร้านไว้ว่า คนเกียจคร้านมักอ้างว่า หนาวนักบ้าง ร้อนนักบ้าง เย็นแล้วบ้าง เช้าเกินไปบ้าง หิวนักบ้าง อิ่มนักบ้าง แล้วไม่ทำงาน เมื่อเป็นเช่นนี้ ทรัพย์ที่ยังไม่เกิดก็ไม่เกิด ทรัพย์ที่เกิดแล้วก็หมดไป ข้ออ้างเหล่านี้ฟังดูเหมือนมีเหตุผล แต่แท้จริงเป็นเครื่องปิดบังความเกียจคร้านในใจ

ข้ออ้างของคนเกียจคร้านมีลักษณะสำคัญคือ ไม่มีวันหมด เพราะเมื่อพ้นจากความหนาว ก็จะพบความร้อน เมื่อพ้นจากความร้อน ก็จะถึงเวลาเย็น หากรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อนจึงลงมือทำ ก็อาจไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างไรก็ตาม การพักผ่อนเมื่อเหนื่อยหรือเจ็บป่วยจริงเป็นสิ่งจำเป็น สุภาษิตนี้มุ่งเตือนเรื่องการใช้ข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าที่ มิใช่ห้ามการดูแลสุขภาพของตน

ในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่บอกตนเองว่าวันนี้เหนื่อยเกินไป พรุ่งนี้ค่อยอ่านหนังสือ แล้วเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนถึงวันสอบ ย่อมไม่พร้อมและเสียโอกาส เกษตรกรที่ไม่ยอมเตรียมดินเพราะอากาศร้อน อาจพลาดฤดูเพาะปลูก ผู้ที่อยากออกกำลังกายแต่รอให้อากาศดีเสียก่อน ก็อาจไม่ได้เริ่มสักที ส่วนผู้ที่ปรับตัวทำงานตามสภาพที่เป็นอยู่ ย่อมได้ผลงานอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่ปรารถนาความสำเร็จจึงควรสังเกตข้ออ้างในใจตน แยกให้ได้ว่าอะไรเป็นเหตุจำเป็นจริง อะไรเป็นเพียงความเกียจคร้าน แล้วลงมือทำหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว”

บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ / เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ.
เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๓.
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ / กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว.
สํ. ส. ๑๕/๓๓๓.
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ / อตฺถา ตสฺส ปลุชฺชนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ อนุพุชฺฌติ / อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน ย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ / วรุณกฏฺฐํ ภญฺโชว ส ปจฺฉา อนุตปฺปติ.
ผู้ใด ปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อน ในภายหลัง ผู้นั้น ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่ม ฉะนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.
สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ / โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ.
ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น.
ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๕.
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ / อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน น หึสติ / อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก