พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๓๒ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓๒ บท
กัมมวรรค — หมวดกรรม
กัมมวรรค — หมวดกรรม · ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
สเจ ปุพฺเพกตเหตุสุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ
โปราณกํ กตํ ปาปํตเมโส มุญฺจเต อิณํ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Sace pubbekatahetuSukhadukkhaṃ nigacchati
Porāṇakaṃ kataṃ pāpaṃTameso muñcate iṇaṃ.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๕.
คำแปล : ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น.
EnglishIf one meets with pleasure or pain because of merit or evil done before, one is thereby freed from that old evil, as one is freed from a debt.
IndonesiaBila seseorang mengalami suka atau duka karena kebajikan atau kejahatan yang telah dilakukan sebelumnya, ia dengan demikian terbebas dari kejahatan lama itu, seperti terbebas dari utang.
中文若因先前所造的善恶而受苦乐,便如同偿清旧债一般,脱离了往昔的恶业。
DeutschWer Glück oder Leid erfährt infolge von zuvor getanem Gutem oder Bösem, der löst damit das alte Böse ab, wie man eine Schuld tilgt.
DanskMøder man lykke eller lidelse på grund af tidligere gjort godt eller ondt, frigøres man derved fra det gamle onde, som man frigøres fra en gæld.
हिन्दीयदि पहले किए पुण्य-पाप के कारण सुख-दुःख मिले, तो उससे पुराना पाप उतर जाता है, जैसे ऋण चुक जाता है।
日本語以前になした善悪ゆえに楽苦を受けるなら、それは負債を返すように、古い悪から解き放たれることである。
नेपालीपहिले गरेका पुण्य-पापका कारण सुख-दुःख भोग्दा, ऋण तिरेझैँ पुरानो पापबाट मुक्त भइन्छ।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ” แปลว่า “ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น” เป็นข้อความที่ต้องอ่านประกอบกับเรื่องราวโดยรอบ เพราะคำว่า “ถ้า” ในที่นี้เป็นการตั้งเงื่อนไขเพื่อพิจารณาความเห็นเรื่องกรรมเก่า มิใช่การสรุปว่าความทุกข์ทุกอย่างคือการใช้หนี้กรรม

ในมหาโพธิชาดก พระโพธิสัตว์กล่าวข้อความนี้เพื่อโต้แย้งผู้ที่เชื่อว่า สุขทุกข์ทั้งหมดเกิดจากกรรมที่ทำไว้ในอดีต โดยชี้ให้เห็นว่า หากถือว่าผู้ถูกทำร้ายกำลังใช้หนี้กรรมเก่าเพียงอย่างเดียว ก็จะเกิดคำถามว่า ผู้ทำร้ายในปัจจุบันไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนหรือ การกล่าวเช่นนี้จึงมุ่งให้เห็นข้อบกพร่องของการอ้างกรรมเก่าจนมองข้ามการกระทำในปัจจุบัน

ข้อคิดสำคัญคือ เราไม่ควรด่วนสรุปว่าความทุกข์ของตนเองหรือผู้อื่นเกิดจากกรรมเก่าทั้งหมด และไม่ควรใช้เรื่องกรรมเป็นข้ออ้างในการเบียดเบียนหรือเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของใคร การกระทำในปัจจุบันยังมีความสำคัญ ผู้ที่ทำผิดย่อมต้องรับผิดชอบและแก้ไข ส่วนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็ควรได้รับความช่วยเหลือด้วยเมตตา

ในชีวิตประจำวัน เมื่อพบความผิดหวังหรือความสูญเสีย เราอาจฝึกยอมรับความจริงเพื่อให้ตั้งสติได้ แล้วพิจารณาว่าสิ่งใดยังแก้ไขได้ ผู้ที่เจ็บป่วยควรรับการรักษา ผู้ที่ทำงานผิดพลาดควรหาสาเหตุและปรับปรุง ผู้ที่ถูกเบียดเบียนควรป้องกันตนเองและขอความช่วยเหลือ การอดทนจึงควรดำเนินควบคู่กับการแก้ปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้ความเดือดร้อนดำเนินต่อไปเพราะคิดว่าต้องใช้กรรม

การศึกษาคาถานี้พร้อมบริบทช่วยเตือนให้เราเข้าใจเรื่องกรรมอย่างรอบคอบ ไม่ยกทุกอย่างให้เป็นเรื่องของอดีตจนละเลยหน้าที่ในปัจจุบัน เมื่อความทุกข์เกิดขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งสติ ไม่ตอบโต้ด้วยความชั่ว แก้ไขเหตุที่แก้ได้ และช่วยเหลือกันด้วยความเมตตา เพราะการเลือกคิด พูด และทำในวันนี้ เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจและรับผิดชอบ ทั้งหมดนี้คือแนวทางในการทำความเข้าใจพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อติสีตํ อติอุณฺหํ อติสายมิทํ อหุ / อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.
ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว.
ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.
อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ / เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ.
เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๓.
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ / กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว.
สํ. ส. ๑๕/๓๓๓.
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ / อตฺถา ตสฺส ปลุชฺชนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ อนุพุชฺฌติ / อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน ย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ / วรุณกฏฺฐํ ภญฺโชว ส ปจฺฉา อนุตปฺปติ.
ผู้ใด ปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อน ในภายหลัง ผู้นั้น ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่ม ฉะนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ / อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน น หึสติ / อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก