พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๓๒ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓๒ บท
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา · ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโนวิธานวิธิโกวิโท
กาลญฺญู สมยญฺญู จส ราชวสตึ วเส.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Paññavā buddhisampannoVidhānavidhikovido
Kālaññū samayaññū caSa rājavasatiṃ vase.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.
คำแปล : ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
EnglishOne who is wise, endowed with knowledge, skilled in organizing work, knowing the right time and occasion — such a one may dwell in royal service.
IndonesiaOrang yang bijaksana, berbekal pengetahuan, cakap mengatur pekerjaan, mengetahui waktu dan kesempatan yang tepat — ia dapat berkecimpung dalam pelayanan kerajaan.
中文有智慧、具足知识、善于安排事务、知时知节的人,方能在王家任职。
DeutschWer weise ist, mit Wissen versehen, geschickt im Ordnen der Arbeit, die rechte Zeit und Gelegenheit kennend – der mag im Dienst des Königs stehen.
DanskDen, der er vis, udrustet med viden, dygtig til at ordne arbejdet, og som kender den rette tid og lejlighed – han kan tjene ved hoffet.
हिन्दीजो प्रज्ञावान, ज्ञानसम्पन्न, काम की व्यवस्था में कुशल, काल और अवसर को जानने वाला है, वही राजसेवा में रह सकता है।
日本語智慧があり、知識を備え、仕事の段取りに巧みで、時と機会を知る者――そのような人は王のもとに仕えることができる。
नेपालीप्रज्ञावान्, ज्ञानसम्पन्न, काम मिलाउन सिपालु, काल र अवसर जान्ने मानिस राजसेवामा रहन सक्छ।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส” แปลว่า “ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้” สุภาษิตนี้กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะรับราชการหรือทำงานรับใช้ส่วนรวมได้ดี คือต้องมีทั้งปัญญา ความรู้ ความชำนาญในการจัดการงาน และความรู้จักกาลเทศะ

สุภาษิตนี้มาในวิธุรชาดก ในตอนที่แสดงข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่อยู่ในราชการ คุณสมบัติที่กล่าวถึงมีหลายประการ ประการแรก มีปัญญา คือรู้จักคิดพิจารณาเหตุผล ประการที่สอง ถึงพร้อมด้วยความรู้ คือมีความรู้ในงานที่ตนรับผิดชอบ ประการที่สาม ฉลาดในวิธีจัดการงาน คือรู้ว่างานใดควรทำอย่างไร ควรทำก่อนหลังอย่างไร ประการที่สี่ รู้กาลและรู้สมัย คือรู้ว่าเวลาใดควรพูด ควรทำ หรือควรรอ

ความรู้จักกาลและสมัยเป็นคุณสมบัติที่มักถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ถูกต้อง หากทำหรือพูดผิดเวลา ก็อาจไม่ได้ผล หรือกลับก่อให้เกิดปัญหา ผู้ที่มีความรู้มากแต่ไม่รู้กาลเทศะ อาจทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ยาก ส่วนผู้ที่รู้จักเลือกเวลาและวิธีการที่เหมาะสม ย่อมทำงานได้ราบรื่นและได้รับความไว้วางใจ แม้สุภาษิตจะกล่าวถึงราชการ แต่หลักนี้ใช้ได้กับการทำงานในองค์กรทุกประเภท

ในชีวิตประจำวัน ข้าราชการที่รู้งานในหน้าที่ รู้วิธีจัดลำดับงาน และรู้ว่าเมื่อใดควรเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชา ย่อมทำงานได้ผลและเป็นที่ไว้วางใจ พนักงานบริษัทที่มีความรู้แต่รู้จักรับฟังและเลือกเวลาเสนอแนวคิดใหม่อย่างเหมาะสม ย่อมได้รับการยอมรับ นักเรียนที่เป็นกรรมการสภานักเรียน หากรู้จักวางแผนงานและเลือกเวลาในการจัดกิจกรรม ก็จะได้รับความร่วมมือจากเพื่อนและครู

ผู้ที่ต้องการทำงานรับใช้ส่วนรวมให้ได้ผลดีจึงควรพัฒนาทั้งปัญญา ความรู้ ทักษะการจัดการ และความรู้จักกาลเทศะไปพร้อมกัน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิพทฺโทว ชีรติ / มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ.
คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๕.
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา / ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.
ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ / นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ / สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม / อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ.
คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐที่สุด เหมือนพระจันทร์ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไปตามผู้มีปัญญา.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ / จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ.
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน / อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ.
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๐.
ยาวเทว อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ / หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ.
ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต / เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน.
ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก