พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๓๒ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓๒ บท
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา · ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
ยาวเทว อนตฺถายญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํมุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Yāvadeva anatthāyaÑattaṃ bālassa jāyati
Hanti bālassa sukkaṃsaṃMuddhaṃ assa vipātayaṃ.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
คำแปล : ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
EnglishKnowledge arises in a fool only to his ruin; it confounds his mind and destroys the good part of the fool.
IndonesiaPengetahuan yang timbul pada orang bodoh hanya membawa kehancurannya; ia mengacaukan pikirannya dan menghancurkan bagian baik dari si bodoh itu.
中文愚人得知识,只为自毁:它使愚人的头脑迷乱,毁掉他善良的部分。
DeutschWissen erwächst dem Toren nur zu seinem Verderben; es verwirrt seinen Verstand und vernichtet den guten Teil des Toren.
DanskViden opstår hos tåben kun til hans fordærv; den forvirrer hans sind og ødelægger tåbens gode del.
हिन्दीमूर्ख को ज्ञान होता है तो केवल उसके विनाश के लिए; वह उसके मस्तिष्क को भ्रमित कर देता है और मूर्ख के शुभ अंश को नष्ट कर देता है।
日本語愚者に生じる知識は、ただ破滅のためにある。それは愚者の頭を惑わせ、その善き部分を殺す。
नेपालीमूर्खमा ज्ञान जन्मन्छ भने केवल विनाशका लागि; त्यसले उसको दिमाग भ्रमित पार्छ र मूर्खको शुभ अंश नष्ट गर्छ।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ยาวเทว อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ” แปลว่า “ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย” สุภาษิตนี้เตือนว่า ความรู้หรือความสามารถที่เกิดขึ้นแก่คนพาล คือคนที่ไม่มีคุณธรรมและขาดปัญญาในการใช้ ย่อมกลายเป็นโทษมากกว่าคุณ

คำว่า “ส่วนที่ขาว” หมายถึงความดี คุณธรรม และสิ่งที่ดีงามที่ยังมีอยู่ในตัวคนผู้นั้น ส่วน “ทำสมองให้เขว” หมายถึงทำให้ความคิดวิปริต หลงผิด เพราะคนพาลเมื่อมีความรู้หรือความสามารถพิเศษ มักใช้ไปในทางที่ผิด เช่น ใช้ทำร้ายผู้อื่นหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เมื่อทำบ่อยเข้า ความดีที่เคยมีก็ค่อย ๆ หมดไป และความชั่วก็นำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง

ในพระธรรมบท สุภาษิตนี้เกี่ยวกับเรื่องของผู้ที่ฝึกฝนวิชาจนชำนาญ แต่นำวิชานั้นไปใช้ทำร้ายผู้อื่น จึงได้รับผลร้ายตามมา เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ความรู้เป็นเพียงเครื่องมือ จะให้คุณหรือโทษขึ้นอยู่กับผู้ใช้ สุภาษิตนี้จึงไม่ได้สอนว่าความรู้เป็นสิ่งไม่ดี แต่สอนว่าการให้การศึกษาต้องไปพร้อมกับการอบรมคุณธรรม และผู้ที่ได้ความรู้มาต้องระวังใช้ในทางที่ถูกต้อง

ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์แต่ใช้ความรู้นั้นเจาะระบบขโมยข้อมูลผู้อื่น ย่อมสร้างความเสียหายและต้องรับโทษ ผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายแต่ใช้หาช่องโกงผู้อื่น ย่อมเสียทั้งชื่อเสียงและอาชีพ นักเรียนที่เรียนเก่งแต่ใช้ความเก่งดูถูกเพื่อน ย่อมไม่มีใครอยากคบหา ส่วนผู้ที่ใช้ความรู้ช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมได้รับความเคารพและความสุข

ผู้ที่ได้รับความรู้หรือความสามารถใด ๆ จึงควรพัฒนาคุณธรรมควบคู่ไปด้วย และใช้ความรู้นั้นเพื่อประโยชน์ มิใช่เพื่อทำร้ายผู้อื่น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิพทฺโทว ชีรติ / มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ.
คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๕.
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา / ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.
ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท / กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส.
ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.
ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ / นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ / สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม / อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ.
คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐที่สุด เหมือนพระจันทร์ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไปตามผู้มีปัญญา.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ / จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ.
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน / อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ.
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๐.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต / เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน.
ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก