พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นเอก (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๕๔ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๐ บท
ธัมมวรรค — หมวดธรรม
ธัมมวรรค — หมวดธรรม · ธรรมศึกษาชั้นเอก (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
ขตฺติโย จ อธมฺมฏฺโฐเวสฺโส จาธมฺมนิสฺสิโต
เต ปริจฺจชฺชุโภ โลเกอุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Khattiyo ca adhammaṭṭhoVesso cādhammanissito
Te pariccajjubho lokeUpapajjanti duggatiṃ.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/๑๗๕.
คำแปล : กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ (คนสามัญ) ไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง ๒ นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยกษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ (คนสามัญ) ไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง ๒ นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ.
EnglishA ruler who does not abide by the Dhamma and a commoner who does not rely on the Dhamma — both, on leaving this world, go to a bad destination.
IndonesiaSeorang raja yang tidak berpegang pada Dhamma dan rakyat biasa yang tidak bersandar pada Dhamma — keduanya, setelah meninggalkan dunia ini, menuju alam sengsara.
中文不住于法的刹帝利与不依于法的吠舍(平民),此二者舍世之后,皆堕恶趣。
DeutschEin Herrscher, der nicht im Dhamma steht, und ein Bürger, der sich nicht auf den Dhamma stützt – beide gelangen, wenn sie diese Welt verlassen, in eine schlechte Wiedergeburt.
DanskEn hersker, der ikke står i Dhamma, og en borger, der ikke støtter sig til Dhamma – begge går, når de forlader denne verden, til en ond skæbne.
हिन्दीअधर्म में स्थित क्षत्रिय और धर्म का आश्रय न लेने वाला वैश्य (सामान्य जन) — ये दोनों लोक छोड़कर दुर्गति को प्राप्त होते हैं।
日本語法に住しない王族と、法によらない庶民――この二者はこの世を去った後、悪趣に至る。
नेपालीधर्ममा नरहने क्षत्रिय र धर्मको आश्रय नलिने वैश्य (सामान्य जन) — यी दुवै लोक छोडेपछि दुर्गतिमा पुग्छन्।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถิ / เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถิ / สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสุ / สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพ.
ท่านผู้ดับไป (คือปรินิพพาน) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึงกล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง (มีขันธ์เป็นต้น) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง (ว่าผู้นั้นเป็นอะไร) ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๙.
อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ / อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ / ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ / เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ.
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้น ๆ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๖. ขุ. จู. ๓๐/๒๐๒.
อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน / กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา / สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย / นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ.
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตทรงแสดงแล้ว.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
โอวเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย / สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย.
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.
กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตณฺโห สทา สโต / สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา.
ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
คตทฺธิโน วิโสกสฺส วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพธิ / สพฺพคนฺถปฺปหีนสฺส ปริฬาโห น วิชฺชติ.
ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ / องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน / องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ / จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต.
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ, เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ, เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง.
ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๗.
ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต มนสา จ ผุฏฺโฐ สิยา / กาเม จ อปฏิพทฺธจิตฺโต อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ.
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิตไม่ติดในกาม ท่านเรียกว่า ผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๔.
ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา / เอตํ ญตฺวา ยถาภูตํ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ.
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้นตามเป็นจริงแล้ว ดับเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา / อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ / สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ / สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๒.
เต ฌายิโน สาตติกา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา / ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ / นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.
ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ.
สํ. ส. ๑๕/๑๙๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.
ธมฺโม ปโถ มหาราช อธมฺโม ปน อุปฺปโถ / อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคตึ.
มหาราช ! ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม) ส่วนอธรรมนอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสวรรค์.
ขุ. ชา. สฏฺฐิ. ๒๘/๓๙.
นนฺทิสญฺโญชโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณา / ตณฺหาย วิปฺปหาเนน นิพฺพานํ อิติ วุจฺจติ.
สัตว์โลกมีความเพลินเป็นเครื่องผูกพัน มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป ท่านเรียกว่านิพพาน เพราะละตัณหาได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๗. ขุ. จู. ๓๐/๒๑๖, ๒๑๗.
นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา / นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ.
เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัวและการสละสิ่งทั้งปวง.
สํ. ส. ๑๕/๗๕.
ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา / ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว.
เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก.
ขุ. เถรี. ๒๖/๓๓๔.
ปตฺตา เต นิพฺพานํ เย ยุตฺตา ทสพลสฺส ปาวจเน / อปฺโปสฺสุกฺกา ฆเฏนฺติ ชาติมรณปฺปหานาย.
ผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน.
ขุ. เถร. ๒๖/๕๐๒.
พหุสฺสุตํ อุปาเสยฺย สุตญฺจ น วินาสเย / ตํ มูลํ พฺรหฺมจริยสฺส ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา.
พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต และไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม สุตะนั้นเป็นรากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น ควรเป็นผู้ทรงธรรม.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๖.
มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ สจฺจานํ จตุโร ปทา / วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกฺขุมา.
บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด, บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท ๔ ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด, และบรรดาสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๑.
ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ / วิญฺญาณสฺส นิโรเธน เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ.
นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด นามและรูปนี้ย่อมดับไปในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๒๑.
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม / เอตทริยา เสวนฺติ เอตํ โลเก อนามตํ.
สัจจะ ธรรมะ อหิงสา สัญญมะ และทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชนย่อมคบผู้นั้น นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๘.
ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ สติ เตสํ นิวารณํ / โสตานํ สํวรํ พฺรูหิ ปญฺญาเยเต ปิถิยฺยเร.
กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๑๖, ๒๐.
เย สนฺตจิตฺตา นิปกา สติมนฺโต จ ฌายิโน / สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ กาเมสุ อนเปกฺขิโน.
ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๐.
โย จ ปปญฺจํ หิตฺวาน นิปฺปปญฺจปเท รโต / อาราธยิ โส นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.
ผู้ใดละปปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรมที่ไม่มีสิ่งที่ทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๒๙.
สกํ หิ ธมฺมํ ปริปุณฺณมาหุ / อญฺญสฺส ธมฺมํ ปน หีนมาหุ / เอวมฺปิ วิคฺคยฺห วิวาทยนฺติ / สกํ สกํ สมฺมติมาหุ สจฺจํ.
สมณพราหมณ์บางเหล่ากล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว (บกพร่อง), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกัน แม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมมติของตน ๆ ว่าเป็นจริง.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๑. ขุ. มหา. ๒๙/๓๘๓.
สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน สติปฏฺฐานโคจโร / วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺโน ปรินิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว.
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ดาดาษด้วยดอกไม้คือวิมุตติ หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๒.
สุสุขํ วต นิพฺพานํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ / อโสกํ วิรชํ เขมํ ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ.
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
โสรจฺจํ อวิหึสา จ ปาทา นาคสฺส เต ทุเว / สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ จรณา นาคสฺส เต ปเร.
โสรัจจะและอวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๘.
หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส / มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน.
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ / มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ.
บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก