พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นเอก (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๕๔ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๐ บท
ธัมมวรรค — หมวดธรรม
ธัมมวรรค — หมวดธรรม · ธรรมศึกษาชั้นเอก (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
เย สนฺตจิตฺตา นิปกาสติมนฺโต จ ฌายิโน
สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติกาเมสุ อนเปกฺขิโน.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Ye santacittā nipakāSatimanto ca jhāyino
Sammā dhammaṃ vipassantiKāmesu anapekkhino.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๐.
คำแปล : ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ.
EnglishThose who are calm in mind, prudent, mindful and meditative, with no longing for sensual pleasures, see the Dhamma rightly.
IndonesiaMereka yang berbatin tenang, bijaksana, penuh perhatian, dan bermeditasi, tanpa kerinduan pada kenikmatan indria, melihat Dhamma dengan benar.
中文心寂静、有护持自身之慧、具正念、修禅思、于诸欲无所顾恋者,如实正见于法。
DeutschDie im Geiste Stillen, Umsichtigen, Achtsamen und Meditierenden, die nach Sinnenfreuden nicht verlangen, sehen den Dhamma recht.
DanskDe, der er stille i sindet, kloge, opmærksomme og mediterende, uden længsel efter sansenydelser, ser Dhamma ret.
हिन्दीजो शान्तचित्त, आत्मरक्षक प्रज्ञा वाले, स्मृतिमान, ध्यानी और कामों में अनासक्त हैं, वे धर्म को सम्यक् देखते हैं।
日本語心が静まり、身を守る智慧があり、念があり、禅定し、欲に未練のない人々は、法を正しく見る。
नेपालीजो शान्तचित्त, आत्मरक्षक प्रज्ञा भएका, स्मृतिमान्, ध्यानी र काममा अनासक्त छन्, उनीहरूले धर्मलाई सम्यक् देख्छन्।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถิ / เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถิ / สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสุ / สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพ.
ท่านผู้ดับไป (คือปรินิพพาน) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึงกล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง (มีขันธ์เป็นต้น) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง (ว่าผู้นั้นเป็นอะไร) ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๙.
อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ / อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ / ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ / เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ.
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้น ๆ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๖. ขุ. จู. ๓๐/๒๐๒.
อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน / กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา / สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย / นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ.
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตทรงแสดงแล้ว.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
โอวเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย / สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย.
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.
กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตณฺโห สทา สโต / สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา.
ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
ขตฺติโย จ อธมฺมฏฺโฐ เวสฺโส จาธมฺมนิสฺสิโต / เต ปริจฺจชฺชุโภ โลเก อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.
กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ (คนสามัญ) ไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง ๒ นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ.
ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/๑๗๕.
คตทฺธิโน วิโสกสฺส วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพธิ / สพฺพคนฺถปฺปหีนสฺส ปริฬาโห น วิชฺชติ.
ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ / องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน / องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ / จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต.
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ, เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ, เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง.
ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๗.
ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต มนสา จ ผุฏฺโฐ สิยา / กาเม จ อปฏิพทฺธจิตฺโต อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ.
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิตไม่ติดในกาม ท่านเรียกว่า ผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๔.
ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา / เอตํ ญตฺวา ยถาภูตํ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ.
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้นตามเป็นจริงแล้ว ดับเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา / อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ / สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ / สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๒.
เต ฌายิโน สาตติกา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา / ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ / นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.
ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ.
สํ. ส. ๑๕/๑๙๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.
ธมฺโม ปโถ มหาราช อธมฺโม ปน อุปฺปโถ / อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคตึ.
มหาราช ! ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม) ส่วนอธรรมนอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสวรรค์.
ขุ. ชา. สฏฺฐิ. ๒๘/๓๙.
นนฺทิสญฺโญชโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณา / ตณฺหาย วิปฺปหาเนน นิพฺพานํ อิติ วุจฺจติ.
สัตว์โลกมีความเพลินเป็นเครื่องผูกพัน มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป ท่านเรียกว่านิพพาน เพราะละตัณหาได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๗. ขุ. จู. ๓๐/๒๑๖, ๒๑๗.
นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา / นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ.
เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัวและการสละสิ่งทั้งปวง.
สํ. ส. ๑๕/๗๕.
ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา / ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว.
เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก.
ขุ. เถรี. ๒๖/๓๓๔.
ปตฺตา เต นิพฺพานํ เย ยุตฺตา ทสพลสฺส ปาวจเน / อปฺโปสฺสุกฺกา ฆเฏนฺติ ชาติมรณปฺปหานาย.
ผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน.
ขุ. เถร. ๒๖/๕๐๒.
พหุสฺสุตํ อุปาเสยฺย สุตญฺจ น วินาสเย / ตํ มูลํ พฺรหฺมจริยสฺส ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา.
พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต และไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม สุตะนั้นเป็นรากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น ควรเป็นผู้ทรงธรรม.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๖.
มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ สจฺจานํ จตุโร ปทา / วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกฺขุมา.
บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด, บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท ๔ ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด, และบรรดาสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๑.
ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ / วิญฺญาณสฺส นิโรเธน เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ.
นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด นามและรูปนี้ย่อมดับไปในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๒๑.
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม / เอตทริยา เสวนฺติ เอตํ โลเก อนามตํ.
สัจจะ ธรรมะ อหิงสา สัญญมะ และทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชนย่อมคบผู้นั้น นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๘.
ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ สติ เตสํ นิวารณํ / โสตานํ สํวรํ พฺรูหิ ปญฺญาเยเต ปิถิยฺยเร.
กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๑๖, ๒๐.
โย จ ปปญฺจํ หิตฺวาน นิปฺปปญฺจปเท รโต / อาราธยิ โส นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.
ผู้ใดละปปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรมที่ไม่มีสิ่งที่ทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๒๙.
สกํ หิ ธมฺมํ ปริปุณฺณมาหุ / อญฺญสฺส ธมฺมํ ปน หีนมาหุ / เอวมฺปิ วิคฺคยฺห วิวาทยนฺติ / สกํ สกํ สมฺมติมาหุ สจฺจํ.
สมณพราหมณ์บางเหล่ากล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว (บกพร่อง), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกัน แม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมมติของตน ๆ ว่าเป็นจริง.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๑. ขุ. มหา. ๒๙/๓๘๓.
สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน สติปฏฺฐานโคจโร / วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺโน ปรินิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว.
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ดาดาษด้วยดอกไม้คือวิมุตติ หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๒.
สุสุขํ วต นิพฺพานํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ / อโสกํ วิรชํ เขมํ ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ.
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
โสรจฺจํ อวิหึสา จ ปาทา นาคสฺส เต ทุเว / สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ จรณา นาคสฺส เต ปเร.
โสรัจจะและอวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๘.
หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส / มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน.
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ / มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ.
บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก