พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นตรี · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ · ๕๐๐ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๕๘ บท
อัตตวรรค — หมวดตน
อัตตวรรค — หมวดตน · นักธรรมชั้นตรี
บาลี (อักษรไทย)
อตฺตตฺถปญฺญา อสุจี มนุสฺสา.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Attatthapaññā asucī manussā.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. สุ. ๒๕๑๓๓๙.
คำแปล : มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยมนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด.
EnglishPeople who look only to their own advantage are unclean.
IndonesiaManusia yang hanya mementingkan keuntungan diri sendiri adalah orang yang tidak bersih.
中文只顾自身利益的人,是不洁净的人。
DeutschMenschen, die nur den eigenen Vorteil sehen, sind unrein.
DanskMennesker, der kun ser på egen fordel, er urene.
हिन्दीकेवल अपना स्वार्थ देखने वाले मनुष्य अशुद्ध होते हैं।
日本語自分の利益ばかりを見る人は、清らかでない。
नेपालीआफ्नो स्वार्थ मात्र हेर्ने मानिस अशुद्ध हुन्छन्।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตตฺถปญฺญา อสุจี มนุสฺสา” แปลว่า “มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด” สุภาษิตนี้ชี้ให้เห็นโทษของความเห็นแก่ตัว คำว่า “ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน” หมายถึงผู้ที่ใช้ความคิดและความรู้ของตนมุ่งแต่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนคำว่า “ไม่สะอาด” มิได้หมายถึงร่างกายสกปรก แต่หมายถึงความประพฤติทางกาย วาจา และใจที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะมีความโลภและความเห็นแก่ได้เป็นเครื่องเศร้าหมองอยู่ภายใน

ถ้อยคำนี้เป็นส่วนหนึ่งของคาถาในขัคควิสาณสูตร แห่งสุตตนิบาต ซึ่งมีใจความว่า คนทั้งหลายคบหาและคอยรับใช้กันเพราะมีเหตุ คือหวังประโยชน์บางอย่าง มิตรที่คบกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหาได้ยาก มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตนเป็นคนไม่สะอาด ผู้มุ่งความสงบจึงพึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด คาถานี้จึงเป็นการพิจารณาเห็นโทษของการคบหาที่มีผลประโยชน์แอบแฝง และสรรเสริญการอยู่อย่างสงัดเพื่อบำเพ็ญเพียรละกิเลส

ข้อควรระวังในการตีความ คือ สุภาษิตนี้มิได้สอนว่าการดูแลประโยชน์ของตนเป็นสิ่งผิด เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้บำเพ็ญประโยชน์ตน (อัตตัตถะ) และประโยชน์ผู้อื่น (ปรัตถะ) ควบคู่กันไป สิ่งที่ถูกตำหนิคือการมุ่งประโยชน์ตนจนยอมเอาเปรียบ หลอกลวง หรือทอดทิ้งผู้มีอุปการะเมื่อหมดประโยชน์แก่ตน ส่วนการที่คาถาสรรเสริญการเที่ยวไปผู้เดียวนั้น เป็นแนวทางของผู้มุ่งความสงัดเพื่อความพ้นทุกข์ มิใช่สอนให้คฤหัสถ์ตัดขาดจากสังคมหรือระแวงผู้อื่นไปเสียทั้งหมด ข้อที่ผู้ศึกษาทั่วไปนำมาใช้ได้คือ หมั่นตรวจดูใจตนว่าคบหาผู้อื่นด้วยความจริงใจ หรือด้วยความหวังผลเพียงอย่างเดียว

ในชีวิตประจำวัน พระภิกษุสามเณรที่อยู่ร่วมกันในวัด หากเลือกทำเฉพาะกิจที่ตนได้ประโยชน์ แต่หลีกเลี่ยงงานส่วนรวม เช่น การปัดกวาดลานวัดหรือการดูแลเสนาสนะ ก็ย่อมทำให้หมู่คณะขาดความสามัคคี นักเรียนที่คบเพื่อนเพียงเพื่อขอลอกการบ้าน แล้วเมินเฉยเมื่อเพื่อนเดือดร้อน คนทำงานที่แย่งผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน หรือญาติพี่น้องที่เข้าหากันเฉพาะเมื่อต้องการทรัพย์ ล้วนเป็นตัวอย่างของความเห็นแก่ประโยชน์ตนที่ทำให้ใจเศร้าหมองและทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลง

เราจึงควรฝึกตนให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รู้จักแบ่งปัน ให้อภัย และช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลัง คบหาผู้อื่นด้วยความจริงใจ ไม่ทิ้งมิตรเมื่อเขาตกต่ำ และเมื่อจะได้ประโยชน์สิ่งใดก็ให้ได้มาโดยสุจริต ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน การลดความเห็นแก่ตัวลงทีละน้อยเป็นการชำระใจให้สะอาดขึ้น และทำให้เป็นผู้ที่ผู้อื่นไว้วางใจได้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย.
ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๙.
อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม.
ได้ยินว่าตนแล ฝึกได้ยาก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๖.
อตฺตา สุทนฺโต ปุริสสฺส โชติ.
ตนที่ฝึกดีแล้ว เป็นแสงสว่างของบุรุษ.
สํ. ส. ๑๕/๒๔๘.
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ.
ตนแล เป็นที่พึ่งของตน.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๖,๖๖.
อตฺตา หิ อตฺตโน คติ.
ตนเทียว เป็นคติของตน.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๖.
อตฺตา หิ ปรมํ ปิโย.
ตนแล เป็นที่รักยิ่ง.
องฺ. สตฺตก. ๒๓/๙๙.
นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ.
ความรัก (อื่น) เสมอด้วยตนไม่มี.
สํ. ส. ๑๕/๙.
อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ.
ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.
อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ.
ตนไม่ทำบาปเอง ย่อมหมดจดเอง.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. มหา. ๒๙/๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๑๑๖.
อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา.
บัณฑิต ย่อมฝึกตน.
ม. ม. ๑๓/๔๘๗. ขุ. ธ. ๒๕/๒๕. ขุ. เถร. ๒๖/๓๘๙.
อตฺตานํ ทมยนฺติ สุพฺพตา.
ผู้ประพฤติดี ย่อมฝึกตน.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๔.
อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ.
ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๖.
โย รกฺขติ อตฺตานํ รกฺขิโต ตสฺส พาหิโร.
ผู้ใดรักษาตนได้ ภายนอกของผู้นั้นก็เป็นอันรักษาด้วย.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๔๑๗.
อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา รกฺเขยฺย นํ สุรกฺขิตํ.
ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนนั้นให้ดี.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๖.
ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต.
บัณฑิตพึงทำตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองจิต.
สํ. มหา. ๑๙/๒๙. ขุ. ธ. ๒๕/๒๖.
อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ.
ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตนฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๖.
อตฺตนา โจทยตฺตานํ.
จงเตือนตนด้วยตนเอง.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๖.
ปฏิมํเสตมตฺตนา.
จงพิจารณาตนด้วยตนเอง.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๖.
ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร.
จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๘.
อตฺตานุรกฺขี ภว มา อฑยฺหิ.
จงเป็นผู้ตามรักษาตน อย่าได้เดือดร้อน.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๗๒.
อตฺตานญฺจ น ฆาเตสิ.
อย่าฆ่าตนเสียเลย.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๒๗๙.
อตฺตานํ น ทเท โปโส.
บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตน.
สํ. ส. ๑๕/๖๐.
อตฺตานํ น ปริจฺจเช.
บุรุษไม่พึงสละเสียซึ่งตน.
สํ. ส. ๑๕/๖๐.
อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย.
บุคคลไม่ควรลืมตน.
ขุ. ชา. ตึส. ๒๗/๕๐๓.
อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหุนาปิ น หาปเย.
ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา น นํ ปาเปน สํยุเช.
ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ไม่ควรประกอบตนนั้นด้วยความชั่ว.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๔.
ยทตฺตครหึ ตทกุพฺพมาโน.
ติตนเองเพราะเหตุใด ไม่ควรทำเหตุนั้น.
ขุ. ส. ๒๕/๔๘๖.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก