พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นโท · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ · ๒๐๑ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๒๙ บท
กัมมวรรค — หมวดกรรม
กัมมวรรค — หมวดกรรม · นักธรรมชั้นโท
บาลี (อักษรไทย)
อถ ปาปานิ กมฺมานิกรํ พาโล น พุชฺฌติ
เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธอคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Atha pāpāni kammāniKaraṃ bālo na bujjhati
Sehi kammehi dummedhoAggidaḍḍhova tappati.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ธ. ๒๕/๓๓.
คำแปล : เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อน เพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยเมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อน เพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
EnglishWhen a fool of poor wisdom does evil, he does not realize it; he is tormented by his own deeds as if burnt by fire.
IndonesiaKetika orang bodoh yang berkebijaksanaan rendah berbuat jahat, ia tidak menyadarinya; ia tersiksa oleh perbuatannya sendiri seperti terbakar api.
中文愚痴少慧的人造作恶业时并不自觉,却因自己的业而受煎熬,如同被火焚烧。
DeutschWenn ein Tor von geringer Weisheit Böses tut, merkt er es nicht; er wird von seinen eigenen Taten gepeinigt, als brenne ihn Feuer.
DanskNår en tåbe med ringe visdom gør ondt, mærker han det ikke; han pines af sine egne gerninger, som brændte han i ild.
हिन्दीमन्दबुद्धि मूर्ख पाप करते हुए उसे समझता नहीं; वह अपने ही कर्मों से आग में जलने के समान संतप्त होता है।
日本語智慧の乏しい愚者は悪業をなしても気づかず、火に焼かれるように自らの業に苦しむ。
नेपालीमन्दबुद्धि मूर्खले पाप गर्दा थाहा पाउँदैन; ऊ आफ्नै कर्मले आगोमा जलेझैँ सन्तप्त हुन्छ।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ” แปลว่า “เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้” สุภาษิตนี้สอนว่า คนพาลทำความชั่วโดยไม่รู้ชัดถึงผลร้ายที่จะตามมา แต่เมื่อกรรมชั่วให้ผล ตนเองก็ต้องได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่ทำไว้ คำว่า “คนพาล” ในที่นี้มุ่งถึงผู้ขาดปัญญาพิจารณาบาปบุญคุณโทษ มิได้หมายถึงผู้มีการศึกษาน้อย

คำว่า “ไม่รู้สึก” ในบทนี้ อรรถกถาอธิบายว่า หมายถึงไม่รู้ว่ากรรมที่ตนทำจะให้ผลอย่างไร มิใช่ไม่รู้ว่ากำลังทำความชั่ว เช่น บางคนรู้ว่าการโกงหรือทำร้ายผู้อื่นเป็นสิ่งผิด แต่ยังทำเพราะอยากได้ประโยชน์หรืออยากแก้แค้น โดยไม่ได้ตระหนักถึงผลร้ายที่จะตามมา ส่วนคำว่า “เหมือนถูกไฟไหม้” แสดงถึงความทุกข์ร้อนจากผลของกรรมชั่ว ซึ่งอรรถกถากล่าวถึงความทุกข์ในนรกด้วย จึงมีความหมายกว้างกว่าความเสียใจเมื่อรู้ว่าตนทำผิด

ข้อคิดสำคัญคือ เราไม่ควรมองเพียงความพอใจหรือผลประโยชน์ที่ได้รับในขณะนั้น แต่ควรใช้สติและปัญญาพิจารณาก่อนทำว่า สิ่งนี้ถูกต้องหรือไม่ จะเบียดเบียนใคร และอาจเกิดผลเสียอย่างไร แม้กำลังโกรธหรืออยากได้สิ่งใดมาก ก็ควรหยุดคิด ไม่ปล่อยให้อารมณ์พาไปทำผิด การยังไม่เห็นผลร้ายในทันทีไม่ได้ทำให้ความชั่วกลายเป็นสิ่งที่ควรทำ

เมื่อนำข้อคิดนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ดื่มแล้วขับอาจมองข้ามอันตราย ทั้งที่การกระทำนั้นเสี่ยงทำให้ตนเองและผู้อื่นบาดเจ็บ ผู้ที่โพสต์ข้อความใส่ร้ายผู้อื่นด้วยความสะใจ อาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียหาย และทำให้ตนสูญเสียความน่าเชื่อถือ ส่วนนักเรียนที่ลอกการบ้านเป็นประจำ แม้ส่งงานได้ทัน แต่ก็เสียโอกาสฝึกฝนและอาจไม่เข้าใจบทเรียน ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่า ความพอใจชั่วครู่สามารถนำไปสู่ความเดือดร้อนภายหลังได้

ผู้ที่ไม่ปรารถนาความทุกข์ร้อนจึงควรฝึกสติและปัญญา รู้จักยับยั้งตนเมื่อกำลังจะทำผิด หากเคยทำผิดไปแล้วก็ควรยอมรับ แก้ไขความเสียหายเท่าที่ทำได้ และตั้งใจไม่ทำซ้ำ แม้ไม่อาจย้อนกลับไปเปลี่ยนสิ่งที่ทำแล้ว แต่ก็สามารถหยุดสร้างเหตุแห่งความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นได้ เราจึงไม่ควรประมาทต่อการกระทำของตน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อติสีตํ อติอุณฺหํ อติสายมิทํ อหุ / อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.
ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว.
ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ / กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว.
สํ. ส. ๑๕/๓๓๓.
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ / อตฺถา ตสฺส ปลุชฺชนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ มนุพุชฺฌติ / อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน ย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๘.
โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ / วรุณกฏฺฐํ ภญฺโชว ส ปจฺฉา อนุตปฺปติ.
ผู้ใด ปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อน ในภายหลัง ผู้นั้น ย่อมเดือดร้อน ในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่ม ฉะนั้น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๓.
สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ / โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ.
ถ้าประสพสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น.
ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๕.
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ / อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน น หึสติ / อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก