พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นโท · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ · ๒๐๑ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๒๙ บท
ปกิณณกวรรค — หมวดเบ็ดเตล็ด
ปกิณณกวรรค — หมวดเบ็ดเตล็ด · นักธรรมชั้นโท
บาลี (อักษรไทย)
ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติชาติยา วินเยน วา
น ตตฺถ มานํ กยิราถวสํ อญฺญาตเก ชเน.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Yattha posaṃ na jānantiJātiyā vinayena vā
Na tattha mānaṃ kayirāthaVasaṃ aññātake jane.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๑.
คำแปล : ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว.
EnglishWhere people are not yet known by birth or by custom, dwelling there among strangers one should not show pride.
IndonesiaDi tempat orang-orang belum saling mengenal asal-usul atau adat istiadatnya, ketika berdiam di sana di antara orang yang belum dikenal, janganlah bersikap sombong.
中文在尚不知他人出身与习俗之处,居于陌生人群中时,不应显露傲慢。
DeutschWo man die Menschen weder nach Herkunft noch nach Sitte kennt, dort soll man unter Unbekannten keinen Stolz zeigen.
DanskHvor man endnu ikke kender folk efter herkomst eller skik, bør man, når man bor dér blandt ukendte, ikke vise stolthed.
हिन्दीजहाँ लोगों को जन्म या रीति-रिवाज से नहीं जाना गया, वहाँ अपरिचितों के बीच रहते हुए अभिमान नहीं करना चाहिए।
日本語生まれや習わしをまだ知らない人々の間にあっては、見知らぬ人々のなかで慢心を示すべきではない。
नेपालीजहाँ मानिसहरूलाई जन्म वा रीतिरिवाजले चिनिएको छैन, त्यहाँ अपरिचितहरूबीच बस्दा अभिमान गर्नु हुँदैन।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติ ชาติยา วินเยน วา น ตตฺถ มานํ กยิราถ วสํ อญฺญาตเก ชเน” แปลว่า “ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว” คาถานี้หมายถึง เมื่ออยู่ท่ามกลางคนที่ยังไม่รู้จักเรา ควรวางตัวอ่อนน้อม ไม่ถือตัว และอดทนต่อการที่เขาไม่ได้ยกย่องเรา แปลโดยใจความได้ว่า ในที่ใด คนทั้งหลายไม่รู้จักบุคคลโดยชาติกำเนิดหรือโดยการศึกษาอบรม บุคคลเมื่ออยู่ในหมู่คนที่ไม่รู้จักตนนั้น ไม่ควรทำความถือตัว คำว่า “ชาติ” ในที่นี้หมายถึงกำเนิดหรือชาติตระกูล ส่วน “วินัย” หมายถึงการศึกษาอบรมและความประพฤติที่ได้รับการฝึกมา

คาถานี้มาในทัททรชาดก ซึ่งสอนเรื่องการลดความถือตัวและอดกลั้นเมื่ออยู่ต่างถิ่น สุภาษิตนี้สอนให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะเมื่อไปอยู่ในหมู่คนที่ยังไม่รู้จักเรา แม้เราจะมีชาติตระกูลดี มีความรู้ หรือเคยได้รับความนับถือจากที่อื่น ก็ไม่ควรคาดหวังว่าทุกคนจะต้องรู้จักและยกย่องเรา เมื่อเขายังไม่รู้จักคุณความดีของเรา ก็ไม่ควรโกรธเคืองหรือแสดงความถือตัว แต่ควรให้เขารู้จักเราผ่านความประพฤติที่ดีงาม

ผู้ที่มีคุณความดีอยู่ในตน ไม่จำเป็นต้องยกตนข่มผู้อื่นเพื่อให้ได้รับการยอมรับ หากรู้จักพูดจาสุภาพ รับฟังผู้อื่น และทำหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ก็ย่อมเปิดโอกาสให้คนทั้งหลายได้เห็นคุณค่าของตน การอ่อนน้อมเช่นนี้มิใช่การลดคุณค่าของตัวเอง แต่เป็นการรักษาใจไม่ให้ความถือตัวนำไปสู่ความโกรธและความขัดแย้ง มานะหรือความถือตัวเป็นกิเลสที่ละเอียด ผู้ศึกษาจึงควรฝึกลดทอนด้วยนิวาตะ คือความถ่อมตน ซึ่งเป็นมงคลข้อหนึ่งในมงคล ๓๘ ทั้งนี้ การไม่ถือตัวมิได้หมายถึงการดูถูกตนเองหรือละทิ้งหลักความถูกต้อง ผู้อยู่ต่างถิ่นยังควรรักษาศีลและความดีของตนไว้ เพียงแต่ไม่ยกฐานะของตนขึ้นข่มผู้อื่น

ในชีวิตประจำวัน ภิกษุที่ไปศึกษาหรือจำพรรษาต่างวัด ควรปฏิบัติตามกติกาของวัดนั้น ประพฤติวัตรอย่างผู้มาใหม่ ไม่อวดพรรษา เปรียญ หรือตำแหน่งที่เคยมีในวัดเดิม ย่อมเป็นที่รักใคร่ของหมู่คณะ คนทำงานที่ย้ายไปหน่วยงานใหม่ แม้เคยเป็นหัวหน้ามาก่อน ก็ควรเรียนรู้วิธีทำงานของที่นั้นด้วยความถ่อมตน ส่วนนักเรียนที่ย้ายโรงเรียน หากเปิดใจทำความรู้จักเพื่อนใหม่ด้วยความสุภาพ ไม่ถือสาที่เพื่อนยังไม่ให้ความสำคัญ ก็ย่อมปรับตัวได้เร็วกว่าผู้ที่แสดงตนว่าเหนือกว่า

เพราะฉะนั้น เมื่อไปอยู่ในสถานที่ใหม่หรือร่วมงานกับคนที่ยังไม่คุ้นเคย จึงควรสำรวมกิริยา อดทน และไม่ถือสาเพียงเพราะเขามิได้ให้ความสำคัญอย่างที่เราคาดหวัง ทั้งนี้ แม้อยู่ในหมู่คนที่รู้จักและยกย่องเราแล้ว ก็ยังควรรักษาความอ่อนน้อมไว้ เพราะคุณความดีจะงดงามยิ่งขึ้นเมื่อประกอบด้วยความไม่ถือตัว สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม / เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ เวรํ เตสํ น สมฺมติ.
ผู้ใด ผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา ได้ฆ่าเรา ได้ชนะเรา ได้ลัก ของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๕.
อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม / เย จ ตํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ.
ผู้ใดไม่ผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา เขาได้ฆ่าเรา ได้ชนะเรา ได้ลักของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมระงับ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๕.
อจฺจิ ยถา วาตเวเคน ขิตฺตํ / อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ / เอวํ มุนี นามกายา วิมุตฺโต / อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ.
เปลวไฟที่ถูกกำลังลมพัดดับวูบไป ย่อมกำหนดนับไม่ได้ฉันใด, ผู้รู้พ้นไปแล้วจากนามกาย ดับวูบไป ย่อมกำหนดนับไม่ได้ฉันนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๖.
อินฺทฺริยานิ มนุสฺสานํ หิตาย อหิตาย จ / อรกฺขิตานิ อหิตาย รกฺขิตานิ หิตาย จ.
อินทรีย์ของมนุษย์มีอยู่เพื่อประโยชน์ และมิใช่ประโยชน์ คือ ที่ไม่รักษา ไม่เป็นประโยชน์ ที่รักษา จึงเป็นประโยชน์.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๒.
ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน / โลภสฺส น วสํ คจฺเฉ หเนยฺย ทิสกํ มนํ.
ผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน ไม่พึงลุอำนาจของโลภะ พึงกำจัดน้ำใจที่ละโมบเสีย.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๙๖.
นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา / อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.
ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๖.
น สาธุ พลวา พาโล สาหสํ วินฺทเต ธนํ / กนฺทนฺตเมตํ ทุมฺเมธํ กฑฺฒนฺติ นิรยํ ภุสํ.
คนเขลา มีกำลัง หาทรัพย์อย่างผลุนผลัน ไม่ดี นายนิรยบาล ย่อมฉุดคนโง่มีปัญญาทรามผู้คร่ำครวญอยู่นั้น ไปสู่นรกอันร้ายกาจ.
ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๒๕.
ปญฺจ กามคุณา โลเก มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา / เอตฺถ ฉนฺทํ วิราเชตฺวา เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ.
กามคุณ ๕ ในโลก มีใจเป็นที่ ๖ อันท่านชี้แจงไว้แล้ว บุคคล คลายความพอใจในกามคุณนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้.
สํ. ส. ๑๕/๒๓.
ปรทุกฺขูปธาเนน โย อตฺตโน สุขมิจฺฉติ / เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ เวรา โส น ปริมุจฺจติ.
ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น ผู้นั้น ชื่อว่า พัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห ยถา สีเท มหณฺณเว / เอวํ กุสีตมาคมฺม สาธุชีวีปิ สีทติ.
คนเกาะไม้ฟืนเล็ก ๆ พึงจมลงในทะเลฉันใด คนมั่งมีอาศัยความ เกียจคร้านก็ล่มจมฉันนั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
พลํ จนฺโท พลํ สุริโย พลํ สมณพฺราหฺมณา / พลํ เวลา สมุทฺทสฺส พลาติพลมิตฺถิโย.
พระจันทร์ พระอาทิตย์ สมณพราหมณ์ และฝั่งทะเล ต่างก็มีกำลัง, แต่สตรีมีกำลังยิ่งกว่ากำลัง (เหล่านั้น).
ขุ. ชา. นวก. ๒๗/๒๖๑.
พหูนํ วต อตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ ตถาคตา / อิตฺถีนํ ปุริสานญฺจ เย เต สาสนการกา.
พระตถาคตเจ้าย่อมเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก คือสตรีและบุรุษผู้ทำตามคำสอน.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๓๗.
เย จ กาหนฺติ โอวาทํ นรา พุทฺเธน เทสิตํ / โสตฺถึ ปารํ คมิสฺสนฺติ วลาเหเนว วาณิชา.
คนใด จัดทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว คนนั้นจักถึงฝั่งที่สวัสดี เหมือนพ่อค้าถึงฝั่งที่สวัสดีเพราะม้าวลาหก.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๗๑.
เย วุฑฺฒมปจายนฺติ นรา ธมฺมสฺส โกวิทา / ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ ปาสํสา สมฺปราโย จ สุคฺคติ.
คนรู้จักขนบธรรมเนียม ย่อมยำเกรงผู้เฒ่าผู้แก่ ในชาตินี้ก็มีผู้สรรเสริญ ชาติหน้าก็ไปดี.
ขุ. ชา เอก. ๒๗/๑๒.
รูปา สทฺทา คนฺธา รสา ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา / เอตํ โลกามิสํ โฆรํ เอตฺถ โลโก วิมุจฺฉิโต.
รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และธรรมารมณ์นั้น ล้วนเป็นโลกามิส อันร้ายกาจ สัตวโลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้.
สํ. ส. ๑๕/๑๖๖.
วิเทสวาสํ วสโต ชาตเวทสเมนปิ / ขมิตพฺพํ สปญฺเญน อปิ ทาสสฺส ตชฺชิตํ.
แม้มีปัญญารุ่งโรจน์อย่างไฟ เมื่ออยู่ในต่างประเทศก็ควรอดทน คำขู่เข็ญแม้ของทาส.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๑.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก