พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นโท · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ · ๒๐๑ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๒๙ บท
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา · นักธรรมชั้นโท
บาลี (อักษรไทย)
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญอปิ วิตฺตปริกฺขยา
ปญฺญาย จ อลาเภนวิตฺตวาปิ น ชีวติ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Jīvatevāpi sappaññoApi vittaparikkhayā
Paññāya ca alābhenaVittavāpi na jīvati.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.
คำแปล : ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
EnglishEven when wealth is gone, the wise can still live; but without wisdom, even the wealthy cannot live.
IndonesiaSekalipun kekayaan telah habis, orang bijak masih dapat hidup; tetapi tanpa kebijaksanaan, orang kaya pun tidak dapat hidup.
中文纵然财尽,有智慧者仍能生存;若无智慧,纵有财富也难以生存。
DeutschAuch wenn der Reichtum schwindet, kann der Weise leben; ohne Weisheit aber kann selbst der Reiche nicht leben.
DanskSelv når rigdommen er borte, kan den vise leve; men uden visdom kan end ikke den rige leve.
हिन्दीधन नष्ट हो जाने पर भी प्रज्ञावान जीवित रह सकता है; पर प्रज्ञाहीन धनी होकर भी जी नहीं सकता।
日本語財が尽きても智慧ある者は生きていける。しかし智慧がなければ、財があっても生きていけない。
नेपालीधन सकिए पनि प्रज्ञावान् बाँच्न सक्छ; तर प्रज्ञा नभएमा धनी भए पनि बाँच्न सक्दैन।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ” แปลว่า “ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้” สุภาษิตนี้เปรียบเทียบคุณค่าของปัญญากับทรัพย์ และชี้ว่าปัญญาเป็นสิ่งที่มั่นคงกว่า เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้หาทรัพย์ รักษาทรัพย์ และดำเนินชีวิตได้ในทุกสถานการณ์

ผู้มีปัญญาแม้สิ้นทรัพย์ก็เป็นอยู่ได้ เพราะเขารู้จักหาทางออก รู้จักปรับตัว รู้ว่าจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร และรู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่สร้างรายได้ขึ้นใหม่ ส่วนผู้ที่ไม่มีปัญญา แม้จะมีทรัพย์มาก ก็อาจใช้จ่ายอย่างไม่รู้ค่า ถูกหลอกลวงได้ง่าย หรือลงทุนผิดพลาดจนทรัพย์หมดไป และเมื่อทรัพย์หมดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร คำว่า “เป็นอยู่ไม่ได้” ในที่นี้จึงหมายถึงการดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและมีคุณภาพไม่ได้

สุภาษิตนี้ไม่ได้สอนว่าทรัพย์ไม่มีความสำคัญ ทรัพย์เป็นปัจจัยที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายและทำความดีได้มากขึ้น แต่ทรัพย์เป็นของภายนอกที่อาจหมดไปได้ด้วยเหตุต่าง ๆ ส่วนปัญญาเป็นของภายในที่ติดตัวไป ผู้ที่ลงทุนพัฒนาปัญญาของตนจึงเหมือนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ชีวิต

ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ประสบภัยธรรมชาติจนสูญเสียทรัพย์สิน แต่มีความรู้ในอาชีพและรู้จักวางแผน มักตั้งตัวใหม่ได้ในเวลาไม่นาน ส่วนผู้ที่ได้รับมรดกจำนวนมากแต่ไม่รู้จักบริหาร อาจใช้หมดในเวลาไม่กี่ปี นักเรียนที่ตั้งใจศึกษาหาความรู้ แม้ครอบครัวจะไม่ร่ำรวย ก็มีโอกาสสร้างอนาคตที่ดีด้วยความรู้ความสามารถของตนเอง

ผู้ที่ปรารถนาชีวิตที่มั่นคงจึงควรลงทุนในการพัฒนาปัญญาให้มากกว่าการสะสมทรัพย์เพียงอย่างเดียว และใช้ปัญญานั้นในการหาและรักษาทรัพย์โดยชอบธรรม สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้”

« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิวทฺโทว ชีรติ / มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ.
คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๕.
ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท / กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส.
ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.
ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ / นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ / สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม / อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ.
คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ เหมือนพระจันทร์ประเสริฐ กว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ / จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ.
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญา เล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน / อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ.
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๐.
ยาวเทว อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ / หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ.
ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต / เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน.
ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก