พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นโท · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ · ๒๐๑ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๒๙ บท
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา
ปัญญาวรรค — หมวดปัญญา · นักธรรมชั้นโท
บาลี (อักษรไทย)
โย จ วสฺสสตํ ชีเวทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโยปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Yo ca vassasataṃ jīveDuppañño asamāhito
Ekāhaṃ jīvitaṃ seyyoPaññavantassa jhāyino.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.
คำแปล : ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
EnglishThough one of poor wisdom and unsteady mind should live a hundred years, better is a single day in the life of one who is wise and meditative.
IndonesiaSekalipun orang yang berkebijaksanaan rendah dan berpikiran goyah hidup seratus tahun, lebih baik satu hari saja dalam kehidupan orang yang bijak dan bermeditasi.
中文劣慧而心不坚定者纵活百年,不如有智慧而修禅观者活一日。
DeutschLebte einer von geringer Weisheit und unstetem Geist auch hundert Jahre – besser ist ein einziger Tag im Leben des Weisen, der meditiert.
DanskOm end en mand af ringe visdom og ustadigt sind lever hundrede år – bedre er en enkelt dag i den vises, den mediterendes, liv.
हिन्दीमन्दबुद्धि और अस्थिर चित्त वाला सौ वर्ष जिए, उससे प्रज्ञावान ध्यानी का एक दिन जीना श्रेष्ठ है।
日本語智慧に乏しく心の定まらぬ者が百年生きるより、智慧あり瞑想する者が一日生きるほうが勝れている。
नेपालीमन्दबुद्धि र अस्थिर चित्तको मानिस सय वर्ष बाँच्नुभन्दा प्रज्ञावान् ध्यानीको एक दिन बाँच्नु श्रेष्ठ छ।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน” แปลว่า “ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า” สุภาษิตนี้สอนว่า คุณค่าของชีวิตไม่ได้วัดที่ความยาวนานของอายุ แต่วัดที่คุณภาพของชีวิต คือการมีปัญญาและมีจิตใจที่ตั้งมั่น

คำว่า “มีใจไม่มั่นคง” หมายถึงจิตที่ฟุ้งซ่าน หวั่นไหวไปตามอารมณ์ ไม่มีสมาธิ ส่วนคำว่า “เพ่งพินิจ” หมายถึงการใช้จิตที่สงบตั้งมั่นพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ให้เห็นตามความเป็นจริง ผู้ที่มีชีวิตอยู่ร้อยปีโดยไม่มีปัญญาและจิตใจฟุ้งซ่าน อาจใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับความหลงและความทุกข์โดยไม่เข้าใจชีวิต ส่วนผู้มีปัญญาที่ได้เห็นความจริงของชีวิต แม้เพียงวันเดียว ก็ได้สิ่งที่มีค่ามากกว่า

ข้อความนี้เป็นการเปรียบเทียบเพื่อเน้นคุณค่าของปัญญาและสมาธิ มิได้หมายความว่าชีวิตที่ยาวนานไม่มีค่า หรือส่งเสริมให้ปรารถนาชีวิตที่สั้น ตรงกันข้าม ผู้ที่เข้าใจสุภาษิตนี้ย่อมเห็นว่าทุกวันที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นโอกาสอันมีค่าในการพัฒนาปัญญาและฝึกจิต จึงไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์

ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ใช้เวลาแต่ละวันไปกับการเลื่อนดูสิ่งบันเทิงโดยไม่ได้เรียนรู้หรือพัฒนาตน แม้ผ่านไปหลายปีก็อาจไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่แบ่งเวลาทบทวนตนเอง ฝึกสมาธิ และอ่านหนังสือที่มีประโยชน์ แม้เพียงวันละเล็กน้อย ย่อมมีชีวิตที่มีคุณภาพขึ้นทุกวัน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและคิดอย่างลึกซึ้งเพียงหนึ่งชั่วโมง อาจได้ความเข้าใจมากกว่าการนั่งเหม่อลอยทั้งวัน

เราจึงควรปรารถนาทั้งการมีชีวิตอยู่และการอยู่อย่างมีปัญญา รักษาชีวิตนี้ไว้เพื่อทำประโยชน์ ฝึกใจให้สงบ และเพิ่มพูนความเข้าใจในธรรม อย่ามัวเสียดายวันที่ผ่านไปจนลืมทำวันนี้ให้ดี เพราะวันที่เราเริ่มรู้จักตน เริ่มละความผิด และเริ่มอบรมใจ ย่อมเป็นวันที่มีคุณค่า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า”

« บทก่อนหน้า
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิวทฺโทว ชีรติ / มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ.
คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๕.
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา / ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.
ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท / กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส.
ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.
ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ / นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ / สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม / อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ.
คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ เหมือนพระจันทร์ประเสริฐ กว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ / จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ.
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญา เล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน / อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ.
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๐.
ยาวเทว อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ / หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ.
ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก