พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นโท · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ · ๒๐๑ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๒๙ บท
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล · นักธรรมชั้นโท
บาลี (อักษรไทย)
โย จ สีลญฺจ ปญฺญญฺจสุตญฺจตฺตนิ ปสฺสติ
อุภินฺนมตฺถํ จรติอตฺตโน จ ปรสฺส จ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Yo ca sīlañca paññañcaSutañcattani passati
Ubhinnamatthaṃ caratiAttano ca parassa ca.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๒๑.
คำแปล : ผู้ใดเห็นศีล ปัญญา และสุตะ ในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติ ประโยชน์ตนและผู้อื่นทั้ง ๒ ฝ่าย.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้ใดเห็นศีล ปัญญา และสุตะ ในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติ ประโยชน์ตนและผู้อื่นทั้ง ๒ ฝ่าย.
EnglishOne who sees virtue, wisdom and learning in himself acts for the benefit of both himself and others.
IndonesiaOrang yang melihat sila, kebijaksanaan, dan pengetahuan dalam dirinya, berbuat demi manfaat diri sendiri maupun orang lain.
中文自见有戒、有慧、有闻者,能行自他两方之利益。
DeutschWer Sittlichkeit, Weisheit und Wissen in sich selbst sieht, handelt zum Wohle beider – seiner selbst und der anderen.
DanskDen, der ser dyd, visdom og lærdom i sig selv, handler til gavn for både sig selv og andre.
हिन्दीजो अपने में शील, प्रज्ञा और श्रुत देखता है, वह अपना और दूसरों का दोनों का हित करता है।
日本語自らのうちに戒と智慧と学びを見る者は、自他両方の利益を行う。
नेपालीआफूमा शील, प्रज्ञा र श्रुत देख्नेले आफ्नो र अरूको दुवैको हित गर्छ।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อจฺจยํ เทสยนฺตีนํ โย เจ น ปฏิคณฺหติ / โกปนฺตโร โทสครุ ส เวรํ ปฏิมุจฺจติ.
เมื่อเขาขอโทษ ถ้าผู้ใดมีความขุ่นเคือง โกรธจัด ไม่ยอมรับ ผู้นั้นชื่อว่าหมกเวรไว้.
สํ. ส. ๑๕/๓๔.
อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน / อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ.
ในหมู่มนุษย์ คนที่ถึงฝั่ง (นิพพาน) มีน้อย ส่วนประชานอกนี้ วิ่งอยู่ตามชายฝั่ง.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๖.
อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ เอกคฺคํ สุสมาหิตํ / สติ กายคตา ตฺยตฺถุ นิพฺพิทาพหุโล ภว.
จงอบรมจิตให้แน่วแน่มั่นคง ด้วยอสุภสัญญา จงมีสติไปในกาย จงมีความเบื่อหน่ายมาก (ในสังขารทั้งปวง).
สํ. ส. ๑๕/๒๗๗.
อหึสกา เย มุนโย นิจฺจํ กาเยน สํวุตา / เต ยนฺติ อจฺจุตํ ฐานํ ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร.
มุนีเหล่าใด เป็นผู้ไม่เบียดเบียน สำรวมทางกายเป็นนิตย์ มุนี เหล่านั้น ย่อมไปสู่สถานไม่จุติ ที่ไปแล้วไม่ต้องเศร้าโศก.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๕.
เอวํ กิจฺฉาภโต โปโส ปิตุ อปริจารโก / ปิตริ มิจฺฉา จริตฺวาน นิรยํ โส อุปปชฺชติ.
ผู้ที่ (มารดา) บิดาเลี้ยงมาโดยยากอย่างนี้ ไม่บำรุง (มารดา) บิดา ประพฤติผิดใน (มารดา) บิดา ย่อมเข้าถึงนรก.
ขุ. ชา. สตฺตติ. ๒๘/๖๖.
เอวํ พุทฺธํ สรนฺตานํ ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ภิกฺขโว / ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส น เหสฺสติ.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อบุคคลระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อยู่อย่างนี้ ความกลัว ความครั่นคร้าม ขนพองสยองเกล้าจักไม่มี.
สํ. ส. ๑๕/๓๒๓.
เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต / สารมฺภา ชายเต โกโธ โสปิ เตเนว ฑยฺหติ.
ความโกรธเกิดขึ้นแก่คนโง่เขลาไม่รู้แจ้ง เพราะความแข่งดี เขา ย่อมถูกความโกรธนั้นแลเผา.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๘๐.
โอโนทโร โย สหเต ชิฆจฺฉํ / ทนฺโต ตปสฺสี มิตปานโภชโน / อาหารเหตุ น กโรติ ปาปํ / ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก.
คนใดมีท้องพร่อง ย่อมทนความหิวได้ ผู้ฝึกตนมีความเพียร กินดื่ม พอประมาณ ไม่ทำบาปเพราะอาหาร ท่านเรียกคนนั้นแล ว่าสมณะในโลก.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๗๔.
กาเม คิทฺธา กามรตา กาเมสุ อธิมุจฺฉิตา / นรา ปาปานิ กตฺวาน อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.
นรชนผู้กำหนัดในกาม ยินดีในกาม หมกมุ่นในกาม ทำบาปทั้งหลาย ย่อมเข้าถึงทุคติ.
ขุ. ชา สฏฺฐิ. ๒๘/๓๓.
คาเม วา ยทิวารญฺเญ นินฺเน วา ยทิวา ถเล / ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ ตํ ภูมิรามเณยฺยกํ.
พระอรหันต์ทั้งหลาย อยู่ในที่ใด คือบ้านก็ตาม ป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ตาม ที่ดอนก็ตาม ที่นั้นย่อมเป็นภูมิน่ารื่นรมย์.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
โจทิตา เทวทูเตหิ เย ปมชฺชนฺติ มาณวา / เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ หีนกายูปคา นรา.
คนเหล่าใด อันเทวทูตตักเตือนแล้ว ยังประมาทอยู่ คนเหล่านั้น เข้าถึงกายอันเลว ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน.
ม. อุป. ๑๔/๓๔๖.
โจโร ยถา สนฺธิมุเข คหีโต / สกมฺมุนา หญฺญติ ปาปธมฺโม / เอวํ ปชา เปจฺจ ปรมฺหิ โลเก / สกมฺมุนา หญฺญติ ปาปธมฺโม.
โจรผู้มีความชั่ว ถูกเขาจับได้ซึ่งหน้า ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรม ของตนฉันใด ประชาผู้มีความชั่ว ละไปแล้ว ย่อมเดือดร้อน เพราะกรรมของตนในโลกหน้าฉันนั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๙.
ชาติถทฺโธ ธนถทฺโธ โคตฺตถทฺโธ จ โย นโร / สญฺญาตึ อติมญฺเญติ ตํ ปราภวโต มุขํ.
คนใด หยิ่งเพราะชาติ หยิ่งเพราะทรัพย์ หยิ่งเพราะสกุล ย่อมดูหมิ่น ญาติของตน ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งความเสื่อมของคนนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๗.
ตํ พฺรูมิ อุปสนฺโตติ กาเมสุ อนเปกฺขินํ / คนฺถา ตสฺส น วิชฺชนฺติ อตาริ โส วิสตฺติกํ.
เราเรียกผู้ไม่เยื่อใยในกามทั้งหลายนั้นว่าผู้สงบ เครื่องร้อยรัด ของเขาไม่มี เขาจึงข้ามตัณหาว้าวุ่นไปได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๙๕,๒๙๗.
เตชวาปิ หิ นโร วิจกฺขโณ / สกฺกโต พหุชนสฺส ปูชิโต / นารีนํ วสงฺคโต น ภาสติ / ราหุนา อุปหโตว จนฺทิมา.
ถึงเป็นคนมีเดช มีปัญญาเฉียบแหลม อันคนเป็นอันมากสักการบูชา อยู่ในอำนาจของสตรีเสียแล้ว ย่อมไม่รุ่งเรือง เหมือนพระจันทร์ถูก พระราหูบังฉะนั้น.
ขุ. ชา อสีติ. ๒๘/๑๒๗.
ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ หิมวนฺโตว ปพฺพโต / อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ รตฺตึ ขิตฺตา ยถา สรา.
สัตบุรุษย่อมปรากฏได้ในที่ไกล เหมือนภูเขาหิมพานต์ อสัตบุรุษ ถึงนั่งอยู่ในที่นี้ ก็ไม่ปรากฏ เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๕.
ธีโร โภเค อธิคมฺม สงฺคณฺหาติ จ ญาตเก / เตน โส กิตฺตึ ปปฺโปติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ.
ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ เพราะการ สงเคราะห์นั้น เขาย่อมได้เกียรติ ละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์.
ขุ. ชา. ฉกฺก. ๒๗/๒๐๕.
น ปณฺฑิตา อตฺตสุขสฺส เหตุ / ปาปานิ กมฺมานิ สมาจรนฺติ / ทุกฺเขน ผุฏฺฐา ขลิตาปิ สนฺตา / ฉนฺทา จ โทสา น ชหนฺติ ธมฺมํ.
บัณฑิต ย่อมไม่ประพฤติกรรมชั่ว เพราะเหตุแห่งสุขเพื่อตน, สัตบุรุษอันทุกข์ถูกต้อง แม้พลาดพลั้งไป ก็ไม่ยอมละธรรม เพราะฉันทาคติและโทสาคติ.
ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๑๔๖๗/๒๙๗.
น เว อนตฺถกุสเลน อตฺถจริยา สุขาวหา / หาเปติ อตฺถํ ทุมฺเมโธ กปิ อารามิโก ยถา.
การบำเพ็ญประโยชน์ โดยไม่ฉลาดในประโยชน์ ก็นำความสุข มาให้ไม่ได้เลย ผู้มีปัญญาทรามย่อมพร่าประโยชน์ ดุจลิงเฝ้าสวน ฉะนั้น.
ขุ. ชา เอก. ๒๗/๑๕.
น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต / อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา.
บุรุษจะเป็นบัณฑิตในที่ทั้งปวงก็หาไม่ แม้สตรีก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉียบแหลมในที่นั้น ๆ ได้เหมือนกัน.
ขุ. ชา. อฏฺฐก. ๒๗/๒๔๑.
นินฺทาย นปฺปเวเธยฺย / น อุณฺณเมยฺย ปสํสิโต ภิกฺขุ / โลกํ สห มจฺฉริเยน / โกธํ เปสุณิยญฺจ ปนูเทยฺย.
ภิกษุไม่ควรหวั่นไหวเพราะนินทา ได้รับสรรเสริญ ก็ไม่ควรเหิมใจ พึงบรรเทาความโลภกับความตระหนี่ ความโกรธ และความส่อเสียดเสีย.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๖. ขุ. มหา. ๒๙/๔๖๔,๔๖๖.
ปณฺฑิโต จ วิยตฺโต จ วิภาวี จ วิจกฺขโณ / ขิปฺปํ โมเจสิ อตฺตานํ มา ภายิตฺถาคมิสฺสติ.
ผู้ฉลาดเฉียบแหลม แสดงเหตุและไม่ใช่เหตุได้แจ่มแจ้ง และ คาดเห็นผลประจักษ์ ย่อมเปลื้องตน (จากทุกข์) ได้ฉับพลัน อย่ากลัวเลย เขาจักกลับมาได้.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๔๔.
ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต เอกจริยํ อธิฏฺฐิโต / อถาปิ เมถุเน ยุตฺโต มนฺโทว ปริกิสฺสติ.
ผู้ตั้งใจประพฤติตนเป็นคนโสด เขารู้กันว่าเป็นบัณฑิต ส่วนคนโง่ฝักใฝ่ในเมถุน ย่อมเศร้าหมอง.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๘๖.
ปหาย ปญฺจาวรณานิ เจตโส / อุปกฺกิเลเส พฺยปนุชฺช สพฺเพ / อนิสฺสิโต เฉตฺวา สิเนหโทสํ / เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
ผู้ฉลาดละเครื่องกั้นจิต ๕ ประการ กำจัดอุปกิเลสทั้งหมด ตัดรัก และชังแล้ว อันตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้ พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือน นอแรดฉะนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๘. ขุ. จู. ๓๐/๔๑๐.
ปุตฺตา มตฺถิ ธนมตฺถิ อิติ พาโล วิหญฺญติ / อตฺตา หิ อตฺตโน นตฺถิ กุโต ปุตฺตา กุโต ธนํ.
คนเขลาคิดว่า เรามีบุตร เรามีทรัพย์ จึงเดือดร้อน ที่แท้ตน ของตนก็ไม่มี จะมีบุตร มีทรัพย์ มาแต่ที่ไหนเล่า.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๓.
พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร / อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ ปชาย อนุกมฺปกา.
มารดาบิดา ท่านว่าเป็นพรหม เป็นบุรพาจารย์ เป็นที่นับถือของบุตร และเป็นผู้อนุเคราะห์บุตร.
ขุ. ชา. สตฺตติ. ๒๗/๖๖.
มธุวา มญฺญตี พาโล ยาว ปาปํ น ปจฺจติ, / ยทา จ ปจฺจตี ปาปํ อถ พาโล ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.
ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.
ยํ อุสฺสุกฺกา สงฺฆรนฺติ อลกฺขิกา พหุํ ธนํ / สิปฺปวนฺโต อสิปฺปา วา ลกฺขิกา ตานิ ภุญฺชเร.
คนไม่มีโชค มีศิลป์หรือไม่มีศิลป์ก็ตาม ขวนขวายรวบรวม ทรัพย์ใดไว้ได้เป็นอันมาก ส่วนคนมีโชค ย่อมบริโภคทรัพย์เหล่านั้น.
ขุ. ชา. ติก. ๒๗/๑๑๗.
ยํ ยํ ชนปทํ ยาติ นิคเม ราชธานิโย / สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ.
ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ไปสู่แว่นแคว้น ตำบลหรือเมืองหลวงใด ๆ ก็ตาม ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๕๔.
ยโต จ โหติ ปาปิจฺโฉ อหิริโก อนาทโร / ตโต ปาปํ ปสวติ อปายํ เตน คจฺฉติ.
คนปรารถนาลามก ไม่ละอาย ไม่เอื้อเฟื้อ เพราะเหตุใด เขาย่อมสร้างบาปเพราะเหตุนั้น เขาไปสู่อบาย เพราะเหตุนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๖.
ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺย สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ / สกฺกจฺจํ นํ นมสฺเสยฺย อคฺคิหุตฺตํว พฺราหฺมโณ.
บุคคลรู้แจ้งธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว จากผู้ใด พึงนอบน้อมผู้นั้นโดยเคารพ เหมือนพราหมณ์นับถือการบูชาไฟ ฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๘.
ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปหียติ / โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.
ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น.
ม. ม. ๑๒/๔๘๗.
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา / น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก.
บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาต้นไม้ใด ไม่ควรหักกิ่งต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๒๖.
เย จ ธมฺมสฺส กุสลา โปราณสฺส ทิสํปติ / จาริตฺเตน จ สมฺปนฺนา น เต คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ.
ชนเหล่าใด ฉลาดในขนบธรรมเนียมโบราณ และประกอบด้วย จารีตประเพณีดี ชนเหล่านั้น ย่อมไม่ไปสู่ทุคติ.
ขุ. ชา. สตฺตติ. ๒๘/๖๓.
เย น กาหนฺติ โอวาทํ นรา พุทฺเธน เทสิตํ / พฺยสนํ เต คมิสฺสนฺติ รกฺขสีหิว วาณิชา.
ผู้ใดจักไม่ทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว ผู้นั้นจักถึงความย่อยยับ เหมือนพ่อค้าถึงความย่อยยับ เพราะพวกโจรสลัดฉะนั้น.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๗๑.
โย จตฺตานํ สมุกฺกํเส ปเร จ อวชานติ / นิหีโน เสน มาเนน ตํ ชญฺญา วสโล อิติ.
ผู้ใดยกย่องตนและดูหมิ่นผู้อื่น เป็นคนเลวเพราะการถือตัวเอง พึงรู้ผู้นั้นว่าเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๑.
โย จ เมตฺตํ ภาวยติ อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต / ตนู สํโยชนา โหนฺติ ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ.
ผู้ใดมีสติเฉพาะหน้า เจริญเมตตาไม่มีประมาณ สังโยชน์ ของผู้เห็นความสิ้นแห่งอุปธินั้น ย่อมเบาบาง.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๕๒.
โย ทนฺธกาเล ตรติ ตรณีเย จ ทนฺธเย / อโยนิโส สํวิธาเนน พาโล ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.
ผู้ใดย่อมรีบในกาลที่ควรช้า และช้าในกาลที่ควรรีบ ผู้นั้นเป็นคนเขลา ย่อมถึงทุกข์ เพราะการจัดทำโดยไม่แยบคาย.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๓.
โย ทนฺธกาเล ทนฺเธติ ตรณีเย จ ตารเย / โยนิโส สํวิธาเนน สุขํ ปปฺโปติ ปณฺฑิโต.
ผู้ใดช้าในกาลที่ควรช้า และรีบในกาลที่ควรรีบ ผู้นั้นเป็นผู้ฉลาด ย่อมถึงสุข เพราะการจัดทำโดยแยบคาย.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๓.
โย น หนฺติ น ฆาเตติ น ชินาติ น ชาปเย / เมตฺตํโส สพฺพภูตานํ เวรนฺตสฺส น เกนจิ.
ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ชนะเอง ไม่ให้ผู้อื่นชนะ ผู้นั้น ชื่อว่ามีเมตตาต่อสัตว์ทั้งปวง และไม่มีเวรกับใคร ๆ.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๕๒.
โย มาตรํ ปิตรํ วา มจฺโจ ธมฺเมน โปสติ / อิเธว นํ ปสํสนฺติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ.
ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๖.
โย เว กตญฺญู กตเวที ธีโร / กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ / ทุกฺขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ / ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺติ.
ผู้มีปรีชาใด เป็นคนกตัญญูกตเวที มีกัลยาณมิตรสนิทสนมกัน และช่วย ทำกิจของมิตรผู้ตกยากโดยเต็มใจ ท่านเรียกคนอย่างนั้นว่าสัตบุรุษ.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.
โย หเว อิณมาทาย จุชฺชมาโน ปลายติ / น หิ เต อิณมตฺถีติ ตํ ชญฺญา วสโล อิติ.
ผู้ใด กู้หนี้เขามากินมาใช้แล้วหลบหนีไป ด้วยปฏิเสธว่าหนี้ของท่านไม่มี พึงรู้ผู้นั้นว่าเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๐.
โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท จ / พหุสฺสุโต ธมฺมธโร จ โหติ / ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี / ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโณ.
ผู้ใดเป็นคนฉลาด แกล้วกล้า เป็นผู้ฟังมาก ทรงธรรม และประพฤติธรรม สมควรแก่ธรรม คนเช่นนั้นท่านเรียกว่า ยังหมู่ให้งดงาม.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๐.
ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ / สนฺทาลยิตฺวาน สํโยชนานิ / อสนฺตสํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ / เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
บัณฑิตละราคะ โทสะ และโมหะ ทำลายสังโยชน์ได้แล้ว ย่อมไม่หวาดเสียวในการสิ้นชีวิต พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๔๒๖, ๔๒๗.
สเจ อินฺทฺริยสมฺปนฺโน สนฺโต สนฺติปเท รโต / ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนํ.
ถ้าเป็นผู้มีอินทรีย์สมบูรณ์ สงบและยินดีในทางสงบแล้ว จึงชื่อว่า ชนะมารพร้อมทั้งพาหนะ ทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุด.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๗๑.
สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส สเจ โว ทุกฺขมปฺปิยํ / มา กตฺถ ปาปกํ กมฺมํ อาวี วา ยทิ วา รโห.
ถ้าท่านกลัวทุกข์ ถ้าท่านไม่รักทุกข์ ก็อย่าทำบาปกรรม ทั้งในที่แจ้งทั้งในที่ลับ.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๕๐.
สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา / เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ / เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสํ / ตสฺมา น หึเส ปรํ อตฺตกาโม.
เราคิดค้นหาทุกทิศแล้ว ก็ไม่พบผู้อื่นซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตน ในที่ไหน ๆ, ถึงผู้อื่นก็มีตนเป็นที่รักมากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผู้รักตน จึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๙.
สลาภํ นาติมญฺเญยฺย นาญฺเญสํ ปิหยญฺจเร / อญฺเญสํ ปิหยํ ภิกฺขุ สมาธึ นาธิคจฺฉติ.
ไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน ไม่ควรเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น ภิกษุปรารถนาลาภของผู้อื่น ย่อมไม่บรรลุสมาธิ.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.
สาติเยสุ อนสฺสาวี อติมาเน จ โน ยุโต / สณฺโห จ ปฏิภาณวา น สทฺโธ น วิรชฺชติ.
ผู้ไม่ระเริงไปในอารมณ์ที่ชอบใจ ไม่ประกอบในความดูหมิ่น เป็นผู้ละเอียดเฉียบแหลม ย่อมไม่เชื่อง่าย ไม่หน่ายแหนง.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๗๙,๒๘๔.
สารตฺตา กามโภเคสุ คิทฺธา กาเมสุ มุจฺฉิตา / อติสารํ น พุชฺฌนฺติ มจฺฉา ขิปฺปํว โอฑฺฑิตํ.
ผู้ติดใจในการบริโภคกาม ยินดีหมกมุ่นในกามทั้งหลาย ย่อมไม่รู้สึก ซึ่งความถลำตัว เหมือนปลาถลันเข้าลอบ ที่เขาดักไว้ไม่รู้สึกตัวฉะนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๘.
สุปิเนน ยถาปิ สงฺคตํ / ปฏิพุทฺโธ ปุริโส น ปสฺสติ / เอวมฺปิ ปิยายิตํ ชนํ / เปตํ กาลกตํ น ปสฺสติ.
คนผู้ตื่นขึ้นแล้ว ย่อมไม่เห็นอารมณ์ อันประจวบด้วยความฝันฉันใด คนผู้อยู่ย่อมไม่เห็นชน อันตนรักทำกาละล่วงไปแล้วฉันนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๒. ขุ. มหา. ๒๙/๑๕๑,๑๕๒.
เสหิ ทาเรหิ อสนฺตุฏฺโฐ เวสิยาสุ ปทุสฺสติ / ทุสฺสติ ปรทาเรสุ ตํ ปราภวโต มุขํ.
ผู้ไม่สันโดษด้วยภริยาของตน ย่อมซุกซนในหญิงแพศยา และ ประทุษร้ายในภริยาของคนอื่น นั่นเป็นเหตุแห่งความเสื่อม.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๘.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก