พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นเอก · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ · ๒๑๘ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓ บท
กิเลสวรรค — หมวดกิเลส
กิเลสวรรค — หมวดกิเลส · นักธรรมชั้นเอก
บาลี (อักษรไทย)
อนิจฺจา อทฺธุวา กามาพหุทุกฺขา มหาวิสา
อโยคุโฬว สนฺตตฺโตอฆมูลา ทุกฺขปฺผลา.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Aniccā addhuvā kāmāBahudukkhā mahāvisā
Ayoguḷova santattoAghamūlā dukkhapphalā.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. เถรี. ๒๖/๕๐๓.
คำแปล : กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดัง ก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยกามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดัง ก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล.
EnglishSensual pleasures are impermanent, unstable, full of suffering, full of poison, like a red-hot lump of iron; they are the root of affliction and have suffering as their fruit.
IndonesiaKenikmatan indria tidak kekal, tidak tetap, penuh penderitaan, penuh racun, bagaikan bola besi yang membara; ia adalah akar kesengsaraan dan berbuah penderitaan.
中文诸欲无常、不坚固,多苦多毒,如炽热的铁丸,是苦恼的根源,以苦为果。
DeutschDie Sinnenfreuden sind vergänglich, unbeständig, voll Leid, voll Gift, wie ein glühender Eisenklumpen; sie sind die Wurzel der Bedrängnis und tragen Leid als Frucht.
DanskSanselysterne er forgængelige, ustadige, fulde af lidelse, fulde af gift, som en glødende jernklump; de er kvalens rod og bærer lidelse som frugt.
हिन्दीकाम अनित्य हैं, अस्थिर हैं, बहुत दुःख वाले, बहुत विष वाले, तपे हुए लोहे के गोले के समान, संताप के मूल हैं, दुःख जिनका फल है।
日本語諸々の欲は無常で、堅固でなく、苦多く、毒多く、焼けた鉄の塊のようで、悩みの根であり、苦を果とする。
नेपालीकामहरू अनित्य, अस्थिर, धेरै दुःख भएका, धेरै विष भएका, तातो फलामको डल्लोजस्ता, सन्तापका मूल, दुःख फल भएका हुन्।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อวิชฺชาย นิวุโต โลโก เววิจฺฉา ( ปมาทา ) นปฺปกาสติ / ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.
โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏ เพราะความตระหนี่ ( และความประมาท ) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของโลกนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๙.
อิจฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยาย มุจฺจติ / อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ.
โลกถูกความอยากผูกมัดไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก, เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้.
สํ. ส. ๑๕/๕๖.
อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา / อิจฺฉาพทฺธา ปุถู สตฺตา ปาเสน สกุณี ยถา.
ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก, สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ฉะนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๖๑.
อุเปกฺขโก สทา สโต น โลเก มญฺญตี สมํ / น วิเสสี น นีเจยฺโย ตสฺส โน สนฺติ อุสฺสทา.
ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ว่าดีกว่าเขา ว่าต่ำกว่าเขาในโลก, ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้น.
ขุ. มหา. ๒๙/๒๗๙. ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑.
อุจฺฉินฺนภวตณฺหสฺส สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน / วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโว.
ภิกษุผู้ถอนภวตัณหาได้แล้ว มีจิตสงบแล้ว สิ้นความเวียนเกิดแล้ว ย่อมไม่มีภพอีก.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๔๓.
เอตมาทีนวํ ญตฺวา ตณฺหา ทุกฺขสฺส สมฺภวํ / วีตตณฺโห อนาทาโน สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช.
ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึง เป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๗๘. ขุ. จู. ๓๐/๓๒๐.
กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา / วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ / อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา / เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
กามทั้งหลาย ตระการหวานชื่นใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยรูปร่างต่าง ๆ กัน บุคคลพึงเห็นโทษในกามคุณแล้ว เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๔.
โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ / สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย / ตํ นามรูปสฺมิมสชฺชมานํ / อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ สงฺคา.
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, ( เพราะ ) เครื่องข้องทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
สํ. ส. ๑๕/๓๕๐.
โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ / สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย / ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ / อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา.
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, ( เพราะ ) ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น.
ขุ. ธ . ๒๕/๔๔.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ / สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขา น ปริมุจฺจติ.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงไม่พ้นจากทุกข์.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ / สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ / สตฺโต สํสารมาปาทิ กมฺมํ ตสฺส ปรายนํ.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงยังมีกรรมนำหน้า.
สํ. ส. ๑๕/๕๒.
ตณฺหาย อุฑฺฑิโต โลโก ชราย ปริวาริโต / มจฺจุนา ปิหิโต โลโก ทุกฺเข โลโก ปติฏฺฐิโต.
โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในทุกข์.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
นนฺทิสมฺพนฺธโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณํ / ตณฺหาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ.
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกไว้ทั้งหมด.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
นิทฺทํ ตนฺทึ สเห ถีนํ ปมาเทน น สํวเส / อติมาเน น ติฏฺเฐยฺย นิพฺพานมนโส นโร.
คนที่นึกถึงพระนิพพาน พึงครอบงำความหลับ ความเกียจคร้าน ความท้อแท้, ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท ไม่พึงตั้งอยู่ในความทะนงตัว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘.
นิราสตฺตี อนาคเต อตีตํ นานุโสจติ / วิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ.
ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว, ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๐. ขุ. มหา. ๒๙/๒๖๔,๒๖๒.
ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย นเว ขนฺติมกุพฺพเย / หิยฺยมาเน น โสเจยฺย อากาสํ น สิโต สิยา.
ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อ สิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘.
มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก ชราย ปริวาริโต / ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ อิจฺฉาธูปายิโต สทา.
สัตว์โลกถูกมฤตยูขจัดแล้ว ถูกชราล้อมไว้ ถูกลูกศรคือตัณหา เสียบแล้ว ถูกอิจฉาคุกรุ่นแล้วทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
มานุเปตา อยํ ปชา มานคนฺถา มานวินิพฺพทฺธา / ทิฏฺฐีสุ พฺยารมฺภกตา สํสารํ นาติวตฺตติ.
หมู่สัตว์นี้ประกอบด้วยมานะ มีมานะเป็นเครื่องร้อยรัด ถูกมานะมัดไว้ ทำความแข่งดีเพราะทิฏฐิ ย่อมล่วงสงสารไปไม่ได้.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๙๓.
มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ มูฬฺโห ธมฺมํ น ปสฺสติ / อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ.
ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลง ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๖. ขุ. มหา. ๒๙/๑๘.
ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กิญฺจนํ / มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ.
ผู้ใดไม่มีกังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้นเมื่อไม่ถือว่า เป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๔.
โยธ กาเม อจฺจตริ สงฺคํ โลเก ทุรจฺจยํ / น โส โสจติ นาชฺเฌติ ฉินฺนโสโต อพนฺธโน.
ผู้ใดข้ามพ้นกามในโลกและเครื่องข้องที่ข้ามได้ยากในโลก, ผู้นั้น ตัดกระแสตัณหาได้แล้ว ไม่มีเครื่องผูก, ชื่อว่าไม่เศร้าโศก ไม่ยินดี.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๒๗.
โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ / ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท / ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา / ทุกฺขสฺส ชาติปฺปภวานุปสฺสี.
ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผู้รู้เห็นแดนเกิดแห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๔. ขุ. จู. ๓๐/๘๐,๘๑
ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ / อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ.
ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม, ความโลภเข้า ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๕. ขุ. มหา. ๒๙/๑๗.
วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ วนโต ชายตี ภยํ / เฉตฺวา วนญฺจ วนถญฺจ นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว.
ท่านทั้งหลายจงตัดป่า ( กิเลส ) อย่าตัดต้นไม้, ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย ! พวกท่านจงตัดป่า และสิ่งที่ตั้งอยู่ในป่าแล้ว เป็นผู้ไม่มีป่า เถิด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก