พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นเอก · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ · ๒๑๘ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓ บท
กิเลสวรรค — หมวดกิเลส
กิเลสวรรค — หมวดกิเลส · นักธรรมชั้นเอก
บาลี (อักษรไทย)
มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติมูฬฺโห ธมฺมํ น ปสฺสติ
อนฺธตมํ ตทา โหติยํ โมโห สหเต นรํ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Mūḷho atthaṃ na jānātiMūḷho dhammaṃ na passati
Andhatamaṃ tadā hotiYaṃ moho sahate naraṃ.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๖. ขุ. มหา. ๒๙/๑๘.
คำแปล : ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลง ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลง ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
EnglishThe deluded one does not know what is meaningful; the deluded one does not see the Dhamma; when delusion overcomes a person, then darkness prevails.
IndonesiaOrang yang terdelusi tidak mengetahui makna; orang yang terdelusi tidak melihat Dhamma; ketika kebodohan batin menguasai seseorang, saat itulah kegelapan meliputi.
中文愚痴者不知义,愚痴者不见法;愚痴征服人时,黑暗便随之而至。
DeutschDer Verblendete erkennt den Sinn nicht, der Verblendete sieht den Dhamma nicht; wenn Verblendung den Menschen überwältigt, dann herrscht Finsternis.
DanskDen forblændede kender ikke meningen, den forblændede ser ikke Dhamma; når forblændelse overvælder mennesket, da hersker mørket.
हिन्दीमूढ़ अर्थ को नहीं जानता, मूढ़ धर्म को नहीं देखता; जब मोह मनुष्य पर छा जाता है, तब अन्धकार छा जाता है।
日本語愚かな者は道理を知らず、愚かな者は法を見ない。愚かさが人を征するとき、そのとき闇が生じる。
नेपालीमूढले अर्थ जान्दैन, मूढले धर्म देख्दैन; जब मोहले मानिसलाई ढाक्छ, तब अन्धकार छाउँछ।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อนิจฺจา อทฺธุวา กามา พหุทุกฺขา มหาวิสา / อโยคุโฬว สนฺตตฺโต อฆมูลา ทุกฺขปฺผลา.
กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดัง ก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล.
ขุ. เถรี. ๒๖/๕๐๓.
อวิชฺชาย นิวุโต โลโก เววิจฺฉา ( ปมาทา ) นปฺปกาสติ / ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.
โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏ เพราะความตระหนี่ ( และความประมาท ) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของโลกนั้น.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๙.
อิจฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยาย มุจฺจติ / อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ.
โลกถูกความอยากผูกมัดไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก, เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้.
สํ. ส. ๑๕/๕๖.
อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา / อิจฺฉาพทฺธา ปุถู สตฺตา ปาเสน สกุณี ยถา.
ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก, สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ฉะนั้น.
สํ. ส. ๑๕/๖๑.
อุเปกฺขโก สทา สโต น โลเก มญฺญตี สมํ / น วิเสสี น นีเจยฺโย ตสฺส โน สนฺติ อุสฺสทา.
ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ว่าดีกว่าเขา ว่าต่ำกว่าเขาในโลก, ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้น.
ขุ. มหา. ๒๙/๒๗๙. ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑.
อุจฺฉินฺนภวตณฺหสฺส สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน / วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโว.
ภิกษุผู้ถอนภวตัณหาได้แล้ว มีจิตสงบแล้ว สิ้นความเวียนเกิดแล้ว ย่อมไม่มีภพอีก.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๔๓.
เอตมาทีนวํ ญตฺวา ตณฺหา ทุกฺขสฺส สมฺภวํ / วีตตณฺโห อนาทาโน สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช.
ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึง เป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๗๘. ขุ. จู. ๓๐/๓๒๐.
กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา / วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ / อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา / เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
กามทั้งหลาย ตระการหวานชื่นใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยรูปร่างต่าง ๆ กัน บุคคลพึงเห็นโทษในกามคุณแล้ว เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๔.
โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ / สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย / ตํ นามรูปสฺมิมสชฺชมานํ / อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ สงฺคา.
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, ( เพราะ ) เครื่องข้องทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
สํ. ส. ๑๕/๓๕๐.
โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ / สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย / ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ / อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา.
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, ( เพราะ ) ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น.
ขุ. ธ . ๒๕/๔๔.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ / สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขา น ปริมุจฺจติ.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงไม่พ้นจากทุกข์.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ / สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่.
สํ. ส. ๑๕/๕๑.
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ / สตฺโต สํสารมาปาทิ กมฺมํ ตสฺส ปรายนํ.
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงยังมีกรรมนำหน้า.
สํ. ส. ๑๕/๕๒.
ตณฺหาย อุฑฺฑิโต โลโก ชราย ปริวาริโต / มจฺจุนา ปิหิโต โลโก ทุกฺเข โลโก ปติฏฺฐิโต.
โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในทุกข์.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
นนฺทิสมฺพนฺธโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณํ / ตณฺหาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ.
โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกไว้ทั้งหมด.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
นิทฺทํ ตนฺทึ สเห ถีนํ ปมาเทน น สํวเส / อติมาเน น ติฏฺเฐยฺย นิพฺพานมนโส นโร.
คนที่นึกถึงพระนิพพาน พึงครอบงำความหลับ ความเกียจคร้าน ความท้อแท้, ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท ไม่พึงตั้งอยู่ในความทะนงตัว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘.
นิราสตฺตี อนาคเต อตีตํ นานุโสจติ / วิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ.
ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว, ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๐. ขุ. มหา. ๒๙/๒๖๔,๒๖๒.
ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย นเว ขนฺติมกุพฺพเย / หิยฺยมาเน น โสเจยฺย อากาสํ น สิโต สิยา.
ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อ สิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘.
มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก ชราย ปริวาริโต / ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ อิจฺฉาธูปายิโต สทา.
สัตว์โลกถูกมฤตยูขจัดแล้ว ถูกชราล้อมไว้ ถูกลูกศรคือตัณหา เสียบแล้ว ถูกอิจฉาคุกรุ่นแล้วทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๕๕.
มานุเปตา อยํ ปชา มานคนฺถา มานวินิพฺพทฺธา / ทิฏฺฐีสุ พฺยารมฺภกตา สํสารํ นาติวตฺตติ.
หมู่สัตว์นี้ประกอบด้วยมานะ มีมานะเป็นเครื่องร้อยรัด ถูกมานะมัดไว้ ทำความแข่งดีเพราะทิฏฐิ ย่อมล่วงสงสารไปไม่ได้.
ขุ. อุ. ๒๕/๑๙๓.
ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กิญฺจนํ / มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ.
ผู้ใดไม่มีกังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้นเมื่อไม่ถือว่า เป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๔.
โยธ กาเม อจฺจตริ สงฺคํ โลเก ทุรจฺจยํ / น โส โสจติ นาชฺเฌติ ฉินฺนโสโต อพนฺธโน.
ผู้ใดข้ามพ้นกามในโลกและเครื่องข้องที่ข้ามได้ยากในโลก, ผู้นั้น ตัดกระแสตัณหาได้แล้ว ไม่มีเครื่องผูก, ชื่อว่าไม่เศร้าโศก ไม่ยินดี.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๒๗.
โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ / ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท / ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา / ทุกฺขสฺส ชาติปฺปภวานุปสฺสี.
ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผู้รู้เห็นแดนเกิดแห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๔. ขุ. จู. ๓๐/๘๐,๘๑
ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ / อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ.
ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม, ความโลภเข้า ครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๙๕. ขุ. มหา. ๒๙/๑๗.
วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ วนโต ชายตี ภยํ / เฉตฺวา วนญฺจ วนถญฺจ นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว.
ท่านทั้งหลายจงตัดป่า ( กิเลส ) อย่าตัดต้นไม้, ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย ! พวกท่านจงตัดป่า และสิ่งที่ตั้งอยู่ในป่าแล้ว เป็นผู้ไม่มีป่า เถิด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก