พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นเอก · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ · ๒๑๘ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓ บท
ธัมมวรรค — หมวดธรรม
ธัมมวรรค — หมวดธรรม · นักธรรมชั้นเอก
บาลี (อักษรไทย)
ปตฺตา เต นิพฺพานํ เย ยุตฺตาทสพลสฺส ปาวจเน
อปฺโปสฺสุกฺกา ฆเฏนฺติชาติมรณปฺปหานาย.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Pattā te nibbānaṃ ye yuttāDasabalassa pāvacane
Appossukkā ghaṭentiJātimaraṇappahānāya.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. เถรี. ๒๖/๕๐๒.
คำแปล : ผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน.
EnglishThose who are devoted to the teaching of the One of Ten Powers, who are unconcerned with worldly matters and strive to abandon birth and death — they attain Nibbāna.
IndonesiaMereka yang tekun dalam ajaran Sang Dasabala, yang tidak sibuk dengan urusan duniawi dan berjuang meninggalkan kelahiran dan kematian — mereka mencapai Nibbāna.
中文勤修十力尊之教法、少事少务、为舍离生死而精进者,能证涅槃。
DeutschWer sich der Lehre des Zehnfachmächtigen hingibt, wenig geschäftig ist und eifrig strebt, Geburt und Tod zu überwinden – der erlangt das Nibbāna.
DanskDe, der er hengivne til Tikræfternes Herres lære, som har få gøremål og stræber efter at opgive fødsel og død – de når nibbāna.
हिन्दीजो दशबल भगवान के धर्मविनय में लगे हैं, अल्प-व्यापार हैं, जन्म-मरण को त्यागने के लिए प्रयत्न करते हैं — वे निर्वाण को प्राप्त करते हैं।
日本語十力尊の法と律に励み、世事に煩わされず、生と死を捨てるために精進する者――その人は涅槃に達する。
नेपालीजो दशबल भगवान्को धर्मविनयमा लागेका छन्, थोरै व्यस्त छन्, जन्म-मरण त्याग्न प्रयत्न गर्छन् — उनीहरू निर्वाण प्राप्त गर्छन्।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อตฺถงฺคตสฺส น ปมาณมตฺถิ / เยน นํ วชฺชุ ตํ ตสฺส นตฺถิ / สพฺเพสุ ธมฺเมสุ สมูหเตสุ / สมูหตา วาทปถาปิ สพฺเพ.
ท่านผู้ดับไป ( คือปรินิพพาน ) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึง กล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง ( มีขันธ์เป็นต้น ) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง ( ว่าผู้นั้นเป็นอะไร ) ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด.
ขุ. ส. ๒๕/๕๓๙. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๙.
อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ / อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ / ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ / เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ.
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อม ติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้น ๆ.
ขุ. ส. ๒๕/๕๔๖. ขุ. จู. ๓๐/๒๐๒.
อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน / กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา / สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย / นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ.
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จง เพิ่มพูนทางสงบ ( ให้ถึง ) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.
โอวเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย / สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย.
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.
กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตณฺโห สทา สโต / สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา.
ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
ขตฺติโย จ อธมฺมฏฺโฐ เวสฺโส จาธมฺมนิสฺสิโต / เต ปริจฺจชฺชุโภ โลเก อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.
กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ [ คนสามัญ ] ไม่ อาศัยธรรม ชนทั้ง ๒ นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ.
ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/๑๗๕.
คตทฺธิโน วิโสกสฺส วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพธิ / สพฺพคนฺถปฺปหีนสฺส ปริฬาโห น วิชฺชติ.
ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลสเครื่องรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ / องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน / องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ / จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต.
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ, เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ, เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง.
ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๗.
ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต มนสา จ ผุฏฺโฐ สิยา / กาเม จ อปฏิพทฺธจิตฺโต อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ.
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิต ไม่ติดกาม ท่านเรียกว่าผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๔.
ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา / เอตํ ญตฺวา ยถาภูตํ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ.
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้น ตามเป็นจริงแล้ว ดังเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา / อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ / สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ / สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรม ของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๒.
เต ฌายิโน สาตติกา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา / ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้.
ขุ. ธ . ๒๕/๑๘.
ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ / นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.
ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ.
สํ. ส. ๑๕/๑๙๙. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.
ธมฺโม ปโถ มหาราช อธมฺโม ปน อุปฺปโถ / อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคตึ.
มหาราช ! ธรรมเป็นทาง ( ควรดำเนินตาม ) ส่วนอธรรมนอกลู่ นอกทาง ( ไม่ควรดำเนินตาม ) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสวรรค์.
ขุ. ชา. สฏฺฐิ. ๒๘/๓๙.
นนฺทิสญฺโญชโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณา / ตณฺหาย วิปฺปหาเนน นิพฺพานํ อิติ วุจฺจติ.
สัตว์โลกมีความเพลินเป็นเครื่องผูกพัน มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป ท่านเรียกว่านิพพาน เพราะละตัณหาได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๗. ขุ. จู ๓๐/๒๑๖,๒๑๗.
นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา / นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ.
เรา ( ตถาคต ) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และการสละสิ่งทั้งปวง.
สํ. ส. ๑๕/๗๕.
ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา / ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว.
เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๔.
พหุสฺสุตํ อุปาเสยฺย สุตญฺจ น วินาสเย / ตํ มูลํ พฺรหฺมจริยสฺส ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา.
พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต และไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม สุตะนั้นเป็น รากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้น ควรเป็นผู้ทรงธรรม.
ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๖.
มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ สจฺจานํ จตุโร ปทา / วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกฺขุมา.
บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ ๘ ประเสริฐสุด, บรรดาสัจจะ ทั้งหลาย บท ๔ ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรมประเสริฐสุด, และบรรดาสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๑.
ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ / วิญฺญาณสฺส นิโรเธน เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ.
นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด นามและรูปนี้ย่อมดับในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ.
ขุ. สุง ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๒๑.
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม / เอตทริยา เสวนฺติ เอตํ โลเก อนามตํ.
สัจจะ ธรรมะ อหิงสา สัญญมะ และทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชน ย่อมคบผู้นั้น นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๘.
ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ สติ เตสํ นิวารณํ / โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ ปญฺญาเยเต ปิธิยฺยเร.
กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่า สติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๐. ขุ. จู. ๓๐/๑๖,๒๐.
เย สนฺตจิตฺตา นิปกา สติมนฺโต จ ฌายิโน / สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ กาเมสุ อนเปกฺขิโน.
ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๐.
โย จ ปปญฺจํ หิตฺวาน นิปฺปปญฺจปเท รโต / อาราธยิ โส นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.
ผู้ใดละปปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรมที่ไม่มีสิ่งทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพานอันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.
องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๒๙.
สกํ หิ ธมฺมํ ปริปุณฺณมาหุ / อญฺญสฺส ธมฺมํ ปน หีนมาหุ / เอวมฺปิ วิคฺคยฺห วิวาทยนฺติ / สกํ สกํ สมฺมติมาหุ สจฺจํ.
สมณพราหมณ์บางเหล่ากล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว ( บกพร่อง ), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกัน แม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมมติของตน ๆ ว่าเป็นจริง.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๑. ขุ. มหา. ๒๙/๓๘๓.
สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน สติปฏฺฐานโคจโร / วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺโน ปรินิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว.
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ดาดาษ ด้วยดอกไม้คือวิมุตติ หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๒.
สุสุขํ วต นิพฺพานํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ / อโสกํ วิรชํ เขมํ ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ.
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.
โสรจฺจํ อวิหึสา จ ปาทา นาคสฺส เต ทุเว / สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ จรณา นาคสฺส เต ปเร.
โสรัจจะและอวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะ นั้น เป็นช้างเท้าหน้า.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๘.
หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส / มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน.
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควร เสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ / มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ.
บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วย พรหมจรรย์อย่างสูง.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก