พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นเอก · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ · ๒๑๘ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓ บท
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล · นักธรรมชั้นเอก
บาลี (อักษรไทย)
โกธโน อุปนาหี จปาปมกฺขี จ โย นโร
วิปนฺนทิฏฺฐิ มายาวีตํ ชญฺญา วสโล อิติ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Kodhano upanāhī caPāpamakkhī ca yo naro
Vipannadiṭṭhi māyāvīTaṃ jaññā vasalo iti.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๙.
คำแปล : ผู้ใดมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว มีความเห็น วิบัติ มีมายา พึงรู้ว่าคนนั้น เป็นคนเลว.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้ใดมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว มีความเห็น วิบัติ มีมายา พึงรู้ว่าคนนั้น เป็นคนเลว.
EnglishWhoever is prone to anger, bears grudges, disparages others with evil, has corrupt views and is deceitful — know that such a one is base.
IndonesiaSiapa pun yang pemarah, menyimpan dendam, merendahkan orang lain dengan kejahatan, berpandangan sesat, dan penuh tipu daya — ketahuilah ia sebagai orang hina.
中文易怒、怀恨、以恶轻蔑他人、见解败坏、有欺诈者——当知此人是卑劣之人。
DeutschWer zum Zorn neigt, Groll hegt, andere mit Bösem herabsetzt, verderbte Ansichten hat und trügerisch ist – wisse, dass ein solcher gemein ist.
DanskDen, der let vredes, nærer nag, nedgør andre med ondt, har fordærvede anskuelser og er svigefuld – vid, at en sådan er nedrig.
हिन्दीजो क्रोधी है, वैर बाँधता है, पाप से दूसरों का तिरस्कार करता है, विपन्न दृष्टि वाला और मायावी है — उसे नीच जानो।
日本語怒りっぽく、怨みを抱き、悪をもって他人を軽んじ、見解が壊れ、欺きのある者――そのような者を卑しい者と知れ。
नेपालीक्रोधी, वैर बाँध्ने, पापले अरूको तिरस्कार गर्ने, बिग्रेको दृष्टि भएको र मायावी — उसलाई नीच जान।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อกฺโกธโน อนุปนาหี อมกฺขี สุทฺธตํ คโต / สมฺปนฺนทิฏฺฐิ เมธาวี ตํ ชญฺญา อริโย อิติ.
ผู้ใดไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ ถึงความหมดจด มีทิฏฐิ สมบูรณ์ มีปัญญา, พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นอริยะ.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๒๔๑.
อกฺโกธสฺส กุโต โกโธ ทนฺตสฺส สมชีวิโน / สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส อุปสนฺตสฺส ตาทิโน.
ผู้ไม่โกรธ ฝึกตนแล้ว เป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ สงบระงับ คงที่ จะมีความโกรธมาแต่ไหน.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๔.
อจฺฉิทฺทวุตฺตึ เมธาวึ ปญฺญาสีลสมาหิตํ / เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว โก ตํ นินฺทิตุมรหติ.
ใครควรจะติคนฉลาดประพฤติไม่ขาด ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ประดุจแท่งทองชมพูนุท.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๕.
อนาคตปฺปชปฺปาย อตีตสฺสานุโสจนา / เอเตน พาลา สุสฺสนฺติ นโฬว หริโต ลุโต.
คนเขลาย่อมซูบซีด เพราะคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง เพราะ เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว เหมือนต้นอ้อสดที่ถูกตัด.
สํ. ส. ๑๕/๗.
อนุทฺธโต อจปโล นิปโก สํวุตินฺทฺริโย / กลฺยาณมิตฺโต เมธาวี ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยา.
คนฉลาด ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คลอนแคลน มีปัญญา สำรวมอินทรีย์ มีมิตรดี พึงทำที่สุดทุกข์ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๖.
อปฺปสฺสาทา ทุกฺขา กามา อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต / อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ รตึ โส นาธิคจฺฉติ.
กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก, บัณฑิตรู้ดังนี้แล้ว ไม่ใยดีในกามแม้เป็นทิพย์.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๐.
อสฺสทฺโธ อกตญฺญู จ สนฺธิจฺเฉโท จ โย นโร / หตาวกาโส วนฺตาโส ส เว อุตฺตมโปริโส.
นรชนใด ไม่เชื่อ ( ตามเขาว่า ) รู้จักพระนิพพาน อันอะไร ๆ ทำไม่ได้ ตัดเงื่อนต่อได้ มีโอกาสอันขจัดแล้ว และคายความหวังแล้ว, ผู้นั้นแล เป็นบุรุษสูงสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
อโยเค ยุญฺชมตฺตานํ โยคสฺมิญฺจ อโยชยํ / อตฺถํ หิตฺวา ปิยคฺคาหี ปิเหตตฺตานุโยคินํ.
ผู้ประกอบตนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบ และไม่ประกอบตนในสิ่งควรประกอบ ละประโยชน์เสีย ถือตามชอบใจ ย่อมกระหยิ่มต่อผู้ประกอบตนเนือง ๆ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๓.
อสตญฺจ สตญฺจ ญตฺวา ธมฺมํ / อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ สพฺพโลเก / เทวมนุสฺเสหิ จ ปูชิโต โย / โส สงฺคชาลมติจฺจ โส มุนิ.
ผู้ใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและของสัตบุรุษ ทั้งภายใน ทั้งภายนอก มีเทวดาและมนุษย์บูชาในโลกทั้งปวง ผู้นั้นจึงล่วงข่ายคือเครื่องข้องได้ และเป็นมุนี.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๓๒. ขุ. มหา. ๒๙/๔๐๖.
อากาเสว ปทํ นตฺถิ สมโณ นตฺถิ พาหิเร / สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ นตฺถิ พุทฺธานมิญฺชิตํ.
สมณะภายนอกไม่มี, สังขารเที่ยงไม่มี, ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี, เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.
อุฏฺฐานวโต สตีมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน / สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ.
เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญ แล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
อุตฺตมํ ธมฺมตํ ปตฺโต สพฺพโลเก อนตฺถิโก / อาทิตฺตาว ฆรา มุตฺโต มรณสฺมึ น โสจติ.
ผู้บรรลุธรรมอย่างสูงสุด ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง ย่อม ไม่เศร้าโศกในเพราะความตาย เหมือนพ้นจากเรือนถูกไฟไหม้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๐.
อุยฺยุญฺชนฺติ สตีมนฺโต น นิเกเต รมนฺติ เต / หํสาว ปลฺลลํ หิตฺวา โอกโมกํ ชหนฺติ เต.
ผู้มีสติย่อมหลีกออก ท่านไม่ยินดีในที่อยู่ ท่านย่อมละที่อยู่ได้ ดุจหงส์ละเปือกตมไปฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
กายมุนึ วาจามุนึ เจโตมุนิมนาสวํ / มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ อาหุ สพฺพปหายินํ.
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงผู้นิ่งทางกาย นิ่งทางวาจา นิ่งทางใจ ไม่มีอาสวะ ถึงพร้อมด้วยปัญญา ผู้ละสิ่งทั้งปวงได้ ว่าเป็นมุนี.
องฺ. ติก. ๒๐/๓๕๒.
กายสุจึ วาจาสุจึ เจโตสุจิมนาสวํ / สุจึ โสเจยฺยสมฺปนฺนํ อาหุ นินฺหาตปาปกํ.
บัณฑิตกล่าวถึงผู้มีกายสะอาด มีวาจาสะอาด มีใจสะอาด ไม่มี อาสวะ ถึงพร้อมด้วยความสะอาด ล้างบาปแล้ว ว่าเป็นผู้สะอาด.
องฺ. ติก. ๒๐/๓๕๒.
ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสา / สพฺเพว โสรตา ทนฺตา สพฺเพว ปรินิพฺพุตา.
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล และคนงานชั้นต่ำทั้งปวง สงบเสงี่ยมแล้ว ฝึกตนแล้ว ก็ปรินิพพานเหมือนกันหมด.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๗๖.
โจรํ หรนฺตํ วาเรนฺติ หรนฺโต สมโณ ปิโย / สมณํ ปุนปฺปุนายนฺตํ อภินนฺทนฺติ ปณฺฑิตา.
บัณฑิตขัดขวางโจรผู้นำของไป, ส่วนสมณะนำไป ย่อมเป็นที่รัก, บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับสมณะผู้มาบ่อย ๆ.
สํ. ส. ๒๕/๖๐.
ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต / อุปสนฺโต สุขํ เสติ หิตฺวา ชยปราชยํ.
ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ คนละความชนะ และความแพ้ได้แล้ว สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ นานา โหติ อิโต คติ / อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนา.
( เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม ) คติที่ไปจากโลกนี้ ของสัตบุรุษและอสัตบุรุษจึงต่างกัน, คืออสัตบุรุษไปนรก, สัตบุรุษไปสวรรค์.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๔๓๕.
ตสฺมา หิ ธีโร อิธุปฏฺฐิตาสติ / กาเม จ ปาเป จ อเสวมาโน / สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม / ปฏิโสตคามีติ ตมาหุ ปุคฺคลํ.
เพราะนักปราชญ์มีสติตั้งมั่นในธรรมวินัยนี้ ไม่เสพกามและบาป พึงละกามพร้อมทั้งทุกข์ได้ ท่านจึงกล่าวบุคคลนั้นว่า ผู้ไปทวนกระแส.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.
ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ / อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย.
เมื่อสัตบุรุษให้สิ่งที่ให้ยาก ทำกรรมที่ทำได้ยาก, อสัตบุรุษย่อมทำตามไม่ได้ เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๖๓.
น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ / กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ.
บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่ ( แต่ ) เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะการกระทำ.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๒.
นิฏฺฐํ คโต อสนฺตาสี วีตตณฺโห อนงฺคโณ / อจฺฉินฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย.
บุคคลถึงความสำเร็จแล้ว ( พระอรหัตผล ) ไม่สะดุ้ง ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ตัดลูกศรอันจะนำไปสู่ภพได้แล้ว ร่างกายนี้จึงชื่อว่า มีในที่สุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.
นิลฺโลลุโป นิกฺกุโห นิปฺปิปาโส / นิมฺมกฺโข นิทฺธนฺตกสาวโมโห / นิราสโส สพฺพโลเก ภวิตฺวา / เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
ผู้ไม่ละโมบ ไม่อำพราง ไม่กระหาย ไม่ลบหลู่ ขจัดโมหะ ดุจน้ำฝาดแล้ว ไม่มีความมุ่งหวัง ครอบงำโลกทั้งหมด ควรเที่ยวไป ผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๖. ขุ. จู. ๓๐/๓๗๙.
ปาปํ น กยิรา วจสา มนสา / กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเก / กาเม ปหาย สติมา สมฺปชาโน / ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสญฺหิตํ.
บุคคลไม่ควรทำบาปซึ่งเป็นเครื่องกังวลในโลกทั้งปวง ด้วยกาย วาจา หรือด้วยใจ มีสติสัมปชัญญะ ละกามทั้งหลายได้แล้ว ไม่ควรเสพทุกข์อันประกอบด้วยสิ่งที่ไร้ประโยชน์.
สํ. ส. ๑๕/๔๒.
มทนิมฺมทนํ โสกนุทํ สํสารปริโมจนํ / สพฺพทุกฺขกฺขยํ มคฺคํ สกฺกจฺจํ ปฏิปชฺชถ.
ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามทางที่สร่างความเมา บรรเทาความโศก เปลื้องสงสาร เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง โดยความเคารพ.
ขุ. พุ. ๓๓/๔๑๕.
มานํ ปหาย สุสมาหิตตฺโต / สุเจตโส สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโต / เอโก อรญฺเญ วิหรํ อปฺปมตฺโต / ส มจฺจุเธยฺยสฺส ตเรยฺย ปารํ.
ผู้ใดละมานะ มีตนตั้งมั่นดีแล้ว มีใจดี หลุดพ้นในที่ทั้งปวง อยู่ในป่าคนเดียว เป็นผู้ไม่ประมาท, ผู้นั้นพึงข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยู.
สํ. ส. ๒๕/๖.
โมสวชฺเช น นิยฺเยถ รูเป เสฺนหํ น กุพฺพเย / มานญฺจ ปริชาเนยฺย สาหสา วิรโต จเร.
บุคคลไม่ควรนิยมการกล่าวคำเท็จ ไม่ควรทำความเสน่หาในรูปโฉม ควรกำหนดรู้มานะ และประพฤติงดเว้นจากความผลุนผลัน.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘. ขุ. มหา. ๒๙/๕๑๗.
มาเนน วญฺจิตา เส สงฺขาเรสุ สงฺกิลิสฺสมานา เส / ลาภาลาเภน มถิตา สมาธึ นาธิคจฺฉนฺติ.
ผู้ถูกมานะหลอกลวง เศร้าหมองอยู่ในสังขาร ถูกลาภและความเสื่อมลาภย่ำยี ย่อมไม่ลุถึงสมาธิ.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๓.
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม / ส เว วนฺตมโล ธีโร โส เถโรติ ปวุจฺจติ.
ผู้ใดมีความสัตย์ มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม และมีความข่มใจ ผู้นั้นแล ชื่อว่า ผู้มีปัญญา หมดมลทิน เขาเรียกท่านว่า เถระ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๐.
ยทา ทุกฺขํ ชรามรณนฺติ ปณฺฑิโต / อวิทฺทสู ยตฺถ สิตา ปุถุชฺชนา / ทุกฺขํ ปริญฺญาย สโต ว ฌายติ / ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ.
เมื่อใด บัณฑิตรู้ว่า ชราและมรณะเป็นทุกข์ กำหนดรู้ทุกข์ซึ่งเป็นที่อาศัยแห่งปุถุชน มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดีที่ยิ่งกว่านั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๔๔.
ยสฺส ราโค จ โทโส จ มาโน มกฺโข จ ปาติโต / สาสโปริว อารคฺคา ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
ผู้ใดทำ ราคะ โทสะ มานะ และมักขะ ให้ตกไป เหมือนทำให้เมล็ดผักกาด ตกจากปลายเหล็กแหลม, เราเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๙.
ยสฺสาลยา น วิชฺชนฺติ อญฺญาย อกถงฺกถี / อมโตคธํ อนุปฺปตฺตํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
ผู้ใดไม่มีความอาลัย รู้แล้วหาความสงสัยมิได้ เราเรียกผู้หยั่งลงสู่อมตะ บรรลุประโยชน์แล้วนั้นว่าเป็นพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๗๐.
เย เกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา / อวีตราคา อิธ กามโภคิโน / ปุนปฺปุนํ ชาติชรูปคา หิ เต. / ตณฺหาธิปนฺนา อนุโสตคามิโน.
คนบางพวกเหล่าใด ไม่สำรวมในกาม ยังไม่ปราศจากราคะ เป็นผู้บริโภคกามในโลกนี้, คนเหล่านั้นถูกตัณหาครอบงำ ลอยไปตาม กระแส ( ตัณหา ) ต้องเป็นผู้เข้าถึงชาติชราร่ำไป.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.
เย จ โข พาลา ทุมฺเมธา ทุมฺมนฺตี โมหปารุตา / ตาทิสา ตตฺถ รชฺชนฺติ มารกฺขิตฺตสฺมิ พนฺธเน.
คนเหล่าใดเขลา มีปัญญาทราม มีความคิดเลว ถูกความหลง ปกคลุม, คนเช่นนั้น ย่อมติดเครื่องผูกอันมารทอดไว้นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.
เย จ สีเลน สมฺปนฺนา ปญฺญายูปสเม รตา / อารกา วิรตา ธีรา น โหนฺติ ปรปตฺติยา.
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ประกอบด้วยศีล ยินดีในความสงบด้วยปัญญา ผู้มีปัญญาเหล่านั้น เว้นไกลจากความชั่วแล้ว ไม่ต้องเชื่อผู้อื่น.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๓.
เย ฌานปสุตา ธีรา เนกฺขมฺมูปสเม รตา / เทวาปิ เตสํ ปิหยนฺติ สมฺพุทฺธานํ สตีมตํ.
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ขวนขวายในฌาน ยินดีในความสงบอันเกิด จากเนกขัมมะ เทวดาทั้งหลายก็พอใจต่อผู้มีปัญญา ผู้รู้ดีแล้ว มีสติเหล่านั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.
เยสํ ราโค จ โทโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา / ตาที ตตฺถ น รชฺชนฺติ ฉินฺนสุตฺตา อพนฺธนา.
ราคะ โทสะ และอวิชชา อันผู้ใดหลุดพ้นแล้ว, ผู้นั้น เป็นผู้คงที่ มีสายล่ามขาดแล้ว ไม่มีเครื่องผูก ย่อมไม่ติดในที่นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.
โย จ คุตฺเตน จิตฺเตน สุณาติ ชินสาสนํ / เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ สจฺฉิกตฺวา อกุปฺปตํ / ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ ปรินิพฺพาติ อนาสโว.
ผู้ใดมีจิตคุ้มครองแล้ว ฟังคำสอนของพระชินเจ้า ผู้นั้นชื่อว่าให้อาสวะทั้งปวงสิ้นไป ทำให้แจ้งซึ่งอกุปปธรรม, บรรลุความสงบอย่างยิ่ง ไม่มีอาสวะ ย่อมดับสนิท.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๒๓.
โย เตสุ คุตฺโต วิทิตินฺทฺริโย จเร / ธมฺเม ฐิโต อชฺชวมทฺทเว รโต / สงฺคาติโค สพฺพทุกฺขปฺปหีโน / น ลิมฺปตี ทิฏฺฐสุเตสุ ธีโร.
ผู้ใด ระมัดระวังอินทรีย์เหล่านั้น รู้จักอินทรีย์ ๖ ตั้งอยู่ในธรรม ยินดีในความซื่อตรงและความอ่อนโยน ล่วงกิเลสเครื่องข้องเสียได้ ละทุกข์ได้ทั้งหมดเที่ยวไป, ผู้นั้น เป็นธีรชน ย่อมไม่ติดในสิ่งที่เห็นแล้วและได้ฟังแล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๗๔.
โรสโก กทริโย จ ปาปิจฺโฉ มจฺฉรี สโฐ / อหิริโก อโนตฺตปฺปี ตํ ชญฺญา วสโล อิติ.
ผู้ใดเป็นคนขัดเคือง เหนียวแน่น ปรารถนาลามก ตระหนี่ โอ้อวด ไม่ละอาย และไม่เกรงกลัวบาป พึงรู้ว่า ผู้นั้นเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๑.
ลาภกมฺยา น สิกฺขติ อลาเภ จ น กุปฺปติ / อวิรุทฺโธ จ ตณฺหาย รเส จ นานุคิชฺฌติ.
บัณฑิตไม่ศึกษา เพราะอยากได้ลาภ, ไม่ขุ่นเคือง เพราะเสื่อมลาภ, ไม่ยินดียินร้ายเพราะตัณหา และไม่ติดในรส.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๘๔.
สงฺขาย โลกสฺมิ ปโรปรานิ / ยสฺสิญฺชิตํ นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก / สนฺโต วิธูโม อนีโฆ นิราโส / อตาริ โส ชาติชรนฺติ พฺรูมิ.
ผู้ใดพิจารณาเห็นความยิ่งและหย่อนในโลกแล้ว ไม่มีความ หวั่นไหวในอารมณ์ไหน ๆ ในโลก, เรากล่าวว่า ผู้นั้นเป็นผู้สงบ ไม่มีกิเลสดุจควันไฟ ไม่มีทุกข์ ปราศจากตัณหา ข้ามชาติชราได้.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๖๙.
สพฺพทา เว สุขํ เสติ พฺราหฺมโณ ปรินิพฺพุโต / โย น ลิมฺปติ กาเมสุ สีติภูโต นิรูปธิ.
ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็น ไม่มีอุปธิ ไม่ติดในกาม, ผู้นั้นเป็น พราหมณ์ เป็นผู้ดับแล้ว อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๓๑๒.
สพฺพโส นามรูปสฺมึ ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ / อสตา จ น โสจติ ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ.
ผู้ใดไม่มีความยึดถือว่าของเราในนามรูปโดยประการทั้งปวง และผู้ใดย่อมไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปที่ไม่มีอยู่, ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าภิกษุ.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.
สพฺพา อาสตฺติโย เฉตฺวา วิเนยฺย หทเย ทรํ / อุปสนฺโต สุขํ เสติ สนฺตึ ปปฺปุยฺย เจตโส.
ผู้ใดตัดความข้องทั้งปวงแล้ว บรรเทาความกระวนกระวายใจได้, ผู้นั้น ถึงความสงบใจ เป็นผู้สงบระงับอยู่เป็นสุข.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๗๕.
สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค / อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ / สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต / ติฏฺเฐยฺย โส ตตฺถ อนานุยายี.
ผู้ใดปราศจากความติดในกามทั้งปวง ล่วงฌานอื่นได้แล้ว อาศัยอากิญจัญญายตนฌาน น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์อันประเสริฐ, ผู้นั้นจะพึงตั้งอยู่ในอากิญจัญญายตนฌานนั้น ไม่มีเสื่อม.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๘. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๓.
ส วีตราโค ส วิเนยฺย โทสํ / เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย อปฺปมาณํ / สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ / อนินฺทิโต พฺรหฺมมุเปติ ฐานํ.
ผู้ปราศจากราคะ และกำจัดโทสะได้แล้วนั้น พึงเจริญเมตตาจิตไม่มีประมาณ. ผู้นั้น งดอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ไม่ถูกติเตียนย่อมเข้าถึงสถานอันประเสริฐ.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๒.
โส อุภนฺตมภิญฺญาย มชฺเฌ มนฺตา น ลิมฺปติ / ตํ พฺรูมิ มหาปุริโสติ โส อิธ สิพฺพินิมจฺจคา.
ผู้ ( ดับกิเลสได้แล้วหมดความหวั่นไหว ) นั้น รู้ที่สุดทั้ง ๒ แล้ว ย่อมไม่ติดในท่ามกลางด้วยปัญญา, เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นละตัณหาเครื่องเย็บร้อยใจในโลกนี้ได้แล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๒. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
โสกปริเทวมจฺฉรํ / น ชหนฺติ คิทฺธา มมายิเต / ตสฺมา มุนโย ปริคฺคหํ / หิตฺวา อจรึสุ เขมทสฺสิโน.
ผู้ติดในสิ่งที่ยึดถือว่าของเรา ย่อมละความโศกเศร้า ความรำพัน และความตระหนี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น มุนีทั้งหลายผู้เห็นความปลอดภัย จึงละความยึดถือไปได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๑๙๓. ขุ. มหา. ๒๙/๑๕๔.
โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา / โคมิโก โคหิ ตเถว โสจติ / อุปธีหิ นรสฺส โสจนา / น หิ โส โสจติ โย นิรูปธิ.
ผู้มีบุตรย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร, ผู้มีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโคเหมือนกัน, นรชนมีความเศร้าโศกเพราะอุปธิ, ผู้ใด ไม่มีอุปธิ ผู้นั้นไม่ต้องเศร้าโศกเลย.
สํ. ส. ๑๕/๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก