พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
นักธรรมชั้นเอก · พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๓ · ๒๑๘ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๓ บท
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล
ปุคคลวรรค — หมวดบุคคล · นักธรรมชั้นเอก
บาลี (อักษรไทย)
ปาปํ น กยิรา วจสา มนสา
กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเก
กาเม ปหาย สติมา สมฺปชาโน
ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสญฺหิตํ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Pāpaṃ na kayirā vacasā manasā
Kāyena vā kiñcana sabbaloke
Kāme pahāya satimā sampajāno
Dukkhaṃ na sevetha anatthasañhitaṃ.
คัมภีร์ที่มา : สํ. ส. ๑๕/๔๒.
คำแปล : บุคคลไม่ควรทำบาปซึ่งเป็นเครื่องกังวลในโลกทั้งปวง ด้วยกาย วาจา หรือด้วยใจ มีสติสัมปชัญญะ ละกามทั้งหลายได้แล้ว ไม่ควรเสพทุกข์อันประกอบด้วยสิ่งที่ไร้ประโยชน์.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยบุคคลไม่ควรทำบาปซึ่งเป็นเครื่องกังวลในโลกทั้งปวง ด้วยกาย วาจา หรือด้วยใจ มีสติสัมปชัญญะ ละกามทั้งหลายได้แล้ว ไม่ควรเสพทุกข์อันประกอบด้วยสิ่งที่ไร้ประโยชน์.
EnglishOne should do no evil, which is an entanglement in all the world, by body, speech or mind; mindful and clearly comprehending, having abandoned sensual pleasures, one should not pursue suffering bound up with what is useless.
IndonesiaJanganlah berbuat jahat, yang merupakan belenggu di seluruh dunia, dengan tubuh, ucapan, atau pikiran; dengan perhatian dan pemahaman jernih, setelah meninggalkan kenikmatan indria, janganlah mengejar penderitaan yang terkait dengan hal yang tak berguna.
中文不应以身、语、意作恶,恶是一切世间的牵缠;具念正知,已舍诸欲,不应习近与无益相应之苦。
DeutschMan tue kein Böses, das eine Verstrickung in aller Welt ist, mit Tat, Wort oder Gedanke; achtsam und klar wissend, die Sinnenfreuden aufgegeben, pflege man kein Leid, das mit Nutzlosem verbunden ist.
DanskMan bør ikke gøre ondt, som er en forvikling i hele verden, med krop, tale eller sind; opmærksom og klart forstående, sanselysterne opgivet, bør man ikke dyrke lidelse forbundet med det unyttige.
हिन्दीसारे लोक में आसक्ति रूप पाप को काय, वाणी या मन से न करे; स्मृति-सम्प्रजन्य से युक्त होकर कामों को छोड़कर निरर्थक से जुड़े दुःख का सेवन न करे।
日本語あらゆる世において絆となる悪を、身によっても語によっても意によってもなしてはならない。念と正知をもち、諸々の欲を捨てて、無益なものと結びついた苦に親しんではならない。
नेपालीसारा लोकमा आसक्ति रूप पाप काय, वाणी वा मनले नगर; स्मृति-सम्प्रजन्यले युक्त भई कामहरू छोडेर निरर्थकसँग जोडिएको दुःखको सेवन नगर।

คำอธิบาย
คำอธิบายของบทนี้อยู่ระหว่างจัดทำและตรวจทาน
« บทก่อนหน้า บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อกฺโกธโน อนุปนาหี อมกฺขี สุทฺธตํ คโต / สมฺปนฺนทิฏฺฐิ เมธาวี ตํ ชญฺญา อริโย อิติ.
ผู้ใดไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ ถึงความหมดจด มีทิฏฐิ สมบูรณ์ มีปัญญา, พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นอริยะ.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๒๔๑.
อกฺโกธสฺส กุโต โกโธ ทนฺตสฺส สมชีวิโน / สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส อุปสนฺตสฺส ตาทิโน.
ผู้ไม่โกรธ ฝึกตนแล้ว เป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ สงบระงับ คงที่ จะมีความโกรธมาแต่ไหน.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๔.
อจฺฉิทฺทวุตฺตึ เมธาวึ ปญฺญาสีลสมาหิตํ / เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว โก ตํ นินฺทิตุมรหติ.
ใครควรจะติคนฉลาดประพฤติไม่ขาด ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ประดุจแท่งทองชมพูนุท.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๕.
อนาคตปฺปชปฺปาย อตีตสฺสานุโสจนา / เอเตน พาลา สุสฺสนฺติ นโฬว หริโต ลุโต.
คนเขลาย่อมซูบซีด เพราะคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง เพราะ เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว เหมือนต้นอ้อสดที่ถูกตัด.
สํ. ส. ๑๕/๗.
อนุทฺธโต อจปโล นิปโก สํวุตินฺทฺริโย / กลฺยาณมิตฺโต เมธาวี ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยา.
คนฉลาด ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คลอนแคลน มีปัญญา สำรวมอินทรีย์ มีมิตรดี พึงทำที่สุดทุกข์ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๖.
อปฺปสฺสาทา ทุกฺขา กามา อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต / อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ รตึ โส นาธิคจฺฉติ.
กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก, บัณฑิตรู้ดังนี้แล้ว ไม่ใยดีในกามแม้เป็นทิพย์.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๐.
อสฺสทฺโธ อกตญฺญู จ สนฺธิจฺเฉโท จ โย นโร / หตาวกาโส วนฺตาโส ส เว อุตฺตมโปริโส.
นรชนใด ไม่เชื่อ ( ตามเขาว่า ) รู้จักพระนิพพาน อันอะไร ๆ ทำไม่ได้ ตัดเงื่อนต่อได้ มีโอกาสอันขจัดแล้ว และคายความหวังแล้ว, ผู้นั้นแล เป็นบุรุษสูงสุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.
อโยเค ยุญฺชมตฺตานํ โยคสฺมิญฺจ อโยชยํ / อตฺถํ หิตฺวา ปิยคฺคาหี ปิเหตตฺตานุโยคินํ.
ผู้ประกอบตนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบ และไม่ประกอบตนในสิ่งควรประกอบ ละประโยชน์เสีย ถือตามชอบใจ ย่อมกระหยิ่มต่อผู้ประกอบตนเนือง ๆ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๓.
อสตญฺจ สตญฺจ ญตฺวา ธมฺมํ / อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ สพฺพโลเก / เทวมนุสฺเสหิ จ ปูชิโต โย / โส สงฺคชาลมติจฺจ โส มุนิ.
ผู้ใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและของสัตบุรุษ ทั้งภายใน ทั้งภายนอก มีเทวดาและมนุษย์บูชาในโลกทั้งปวง ผู้นั้นจึงล่วงข่ายคือเครื่องข้องได้ และเป็นมุนี.
ขุ. สุ. ๒๕/๔๓๒. ขุ. มหา. ๒๙/๔๐๖.
อากาเสว ปทํ นตฺถิ สมโณ นตฺถิ พาหิเร / สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ นตฺถิ พุทฺธานมิญฺชิตํ.
สมณะภายนอกไม่มี, สังขารเที่ยงไม่มี, ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี, เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.
อุฏฺฐานวโต สตีมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน / สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ.
เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญ แล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.
อุตฺตมํ ธมฺมตํ ปตฺโต สพฺพโลเก อนตฺถิโก / อาทิตฺตาว ฆรา มุตฺโต มรณสฺมึ น โสจติ.
ผู้บรรลุธรรมอย่างสูงสุด ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง ย่อม ไม่เศร้าโศกในเพราะความตาย เหมือนพ้นจากเรือนถูกไฟไหม้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๐.
อุยฺยุญฺชนฺติ สตีมนฺโต น นิเกเต รมนฺติ เต / หํสาว ปลฺลลํ หิตฺวา โอกโมกํ ชหนฺติ เต.
ผู้มีสติย่อมหลีกออก ท่านไม่ยินดีในที่อยู่ ท่านย่อมละที่อยู่ได้ ดุจหงส์ละเปือกตมไปฉะนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
กายมุนึ วาจามุนึ เจโตมุนิมนาสวํ / มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ อาหุ สพฺพปหายินํ.
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงผู้นิ่งทางกาย นิ่งทางวาจา นิ่งทางใจ ไม่มีอาสวะ ถึงพร้อมด้วยปัญญา ผู้ละสิ่งทั้งปวงได้ ว่าเป็นมุนี.
องฺ. ติก. ๒๐/๓๕๒.
กายสุจึ วาจาสุจึ เจโตสุจิมนาสวํ / สุจึ โสเจยฺยสมฺปนฺนํ อาหุ นินฺหาตปาปกํ.
บัณฑิตกล่าวถึงผู้มีกายสะอาด มีวาจาสะอาด มีใจสะอาด ไม่มี อาสวะ ถึงพร้อมด้วยความสะอาด ล้างบาปแล้ว ว่าเป็นผู้สะอาด.
องฺ. ติก. ๒๐/๓๕๒.
โกธโน อุปนาหี จ ปาปมกฺขี จ โย นโร / วิปนฺนทิฏฺฐิ มายาวี ตํ ชญฺญา วสโล อิติ.
ผู้ใดมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว มีความเห็น วิบัติ มีมายา พึงรู้ว่าคนนั้น เป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๙.
ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสา / สพฺเพว โสรตา ทนฺตา สพฺเพว ปรินิพฺพุตา.
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล และคนงานชั้นต่ำทั้งปวง สงบเสงี่ยมแล้ว ฝึกตนแล้ว ก็ปรินิพพานเหมือนกันหมด.
ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๗๖.
โจรํ หรนฺตํ วาเรนฺติ หรนฺโต สมโณ ปิโย / สมณํ ปุนปฺปุนายนฺตํ อภินนฺทนฺติ ปณฺฑิตา.
บัณฑิตขัดขวางโจรผู้นำของไป, ส่วนสมณะนำไป ย่อมเป็นที่รัก, บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับสมณะผู้มาบ่อย ๆ.
สํ. ส. ๒๕/๖๐.
ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต / อุปสนฺโต สุขํ เสติ หิตฺวา ชยปราชยํ.
ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ คนละความชนะ และความแพ้ได้แล้ว สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๒.
ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ นานา โหติ อิโต คติ / อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนา.
( เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม ) คติที่ไปจากโลกนี้ ของสัตบุรุษและอสัตบุรุษจึงต่างกัน, คืออสัตบุรุษไปนรก, สัตบุรุษไปสวรรค์.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๔๓๕.
ตสฺมา หิ ธีโร อิธุปฏฺฐิตาสติ / กาเม จ ปาเป จ อเสวมาโน / สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม / ปฏิโสตคามีติ ตมาหุ ปุคฺคลํ.
เพราะนักปราชญ์มีสติตั้งมั่นในธรรมวินัยนี้ ไม่เสพกามและบาป พึงละกามพร้อมทั้งทุกข์ได้ ท่านจึงกล่าวบุคคลนั้นว่า ผู้ไปทวนกระแส.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.
ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ / อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย.
เมื่อสัตบุรุษให้สิ่งที่ให้ยาก ทำกรรมที่ทำได้ยาก, อสัตบุรุษย่อมทำตามไม่ได้ เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๖๓.
น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ / กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ.
บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่ ( แต่ ) เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะการกระทำ.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๒.
นิฏฺฐํ คโต อสนฺตาสี วีตตณฺโห อนงฺคโณ / อจฺฉินฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย.
บุคคลถึงความสำเร็จแล้ว ( พระอรหัตผล ) ไม่สะดุ้ง ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ตัดลูกศรอันจะนำไปสู่ภพได้แล้ว ร่างกายนี้จึงชื่อว่า มีในที่สุด.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.
นิลฺโลลุโป นิกฺกุโห นิปฺปิปาโส / นิมฺมกฺโข นิทฺธนฺตกสาวโมโห / นิราสโส สพฺพโลเก ภวิตฺวา / เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
ผู้ไม่ละโมบ ไม่อำพราง ไม่กระหาย ไม่ลบหลู่ ขจัดโมหะ ดุจน้ำฝาดแล้ว ไม่มีความมุ่งหวัง ครอบงำโลกทั้งหมด ควรเที่ยวไป ผู้เดียวเหมือนนอแรด.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๖. ขุ. จู. ๓๐/๓๗๙.
มทนิมฺมทนํ โสกนุทํ สํสารปริโมจนํ / สพฺพทุกฺขกฺขยํ มคฺคํ สกฺกจฺจํ ปฏิปชฺชถ.
ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามทางที่สร่างความเมา บรรเทาความโศก เปลื้องสงสาร เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง โดยความเคารพ.
ขุ. พุ. ๓๓/๔๑๕.
มานํ ปหาย สุสมาหิตตฺโต / สุเจตโส สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโต / เอโก อรญฺเญ วิหรํ อปฺปมตฺโต / ส มจฺจุเธยฺยสฺส ตเรยฺย ปารํ.
ผู้ใดละมานะ มีตนตั้งมั่นดีแล้ว มีใจดี หลุดพ้นในที่ทั้งปวง อยู่ในป่าคนเดียว เป็นผู้ไม่ประมาท, ผู้นั้นพึงข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยู.
สํ. ส. ๒๕/๖.
โมสวชฺเช น นิยฺเยถ รูเป เสฺนหํ น กุพฺพเย / มานญฺจ ปริชาเนยฺย สาหสา วิรโต จเร.
บุคคลไม่ควรนิยมการกล่าวคำเท็จ ไม่ควรทำความเสน่หาในรูปโฉม ควรกำหนดรู้มานะ และประพฤติงดเว้นจากความผลุนผลัน.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘. ขุ. มหา. ๒๙/๕๑๗.
มาเนน วญฺจิตา เส สงฺขาเรสุ สงฺกิลิสฺสมานา เส / ลาภาลาเภน มถิตา สมาธึ นาธิคจฺฉนฺติ.
ผู้ถูกมานะหลอกลวง เศร้าหมองอยู่ในสังขาร ถูกลาภและความเสื่อมลาภย่ำยี ย่อมไม่ลุถึงสมาธิ.
ขุ. เถร. ๒๖/๒๘๓.
ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม / ส เว วนฺตมโล ธีโร โส เถโรติ ปวุจฺจติ.
ผู้ใดมีความสัตย์ มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม และมีความข่มใจ ผู้นั้นแล ชื่อว่า ผู้มีปัญญา หมดมลทิน เขาเรียกท่านว่า เถระ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๐.
ยทา ทุกฺขํ ชรามรณนฺติ ปณฺฑิโต / อวิทฺทสู ยตฺถ สิตา ปุถุชฺชนา / ทุกฺขํ ปริญฺญาย สโต ว ฌายติ / ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ.
เมื่อใด บัณฑิตรู้ว่า ชราและมรณะเป็นทุกข์ กำหนดรู้ทุกข์ซึ่งเป็นที่อาศัยแห่งปุถุชน มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดีที่ยิ่งกว่านั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๔๔.
ยสฺส ราโค จ โทโส จ มาโน มกฺโข จ ปาติโต / สาสโปริว อารคฺคา ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
ผู้ใดทำ ราคะ โทสะ มานะ และมักขะ ให้ตกไป เหมือนทำให้เมล็ดผักกาด ตกจากปลายเหล็กแหลม, เราเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๙.
ยสฺสาลยา น วิชฺชนฺติ อญฺญาย อกถงฺกถี / อมโตคธํ อนุปฺปตฺตํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
ผู้ใดไม่มีความอาลัย รู้แล้วหาความสงสัยมิได้ เราเรียกผู้หยั่งลงสู่อมตะ บรรลุประโยชน์แล้วนั้นว่าเป็นพราหมณ์.
ขุ. ธ. ๒๕/๗๐.
เย เกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา / อวีตราคา อิธ กามโภคิโน / ปุนปฺปุนํ ชาติชรูปคา หิ เต. / ตณฺหาธิปนฺนา อนุโสตคามิโน.
คนบางพวกเหล่าใด ไม่สำรวมในกาม ยังไม่ปราศจากราคะ เป็นผู้บริโภคกามในโลกนี้, คนเหล่านั้นถูกตัณหาครอบงำ ลอยไปตาม กระแส ( ตัณหา ) ต้องเป็นผู้เข้าถึงชาติชราร่ำไป.
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.
เย จ โข พาลา ทุมฺเมธา ทุมฺมนฺตี โมหปารุตา / ตาทิสา ตตฺถ รชฺชนฺติ มารกฺขิตฺตสฺมิ พนฺธเน.
คนเหล่าใดเขลา มีปัญญาทราม มีความคิดเลว ถูกความหลง ปกคลุม, คนเช่นนั้น ย่อมติดเครื่องผูกอันมารทอดไว้นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.
เย จ สีเลน สมฺปนฺนา ปญฺญายูปสเม รตา / อารกา วิรตา ธีรา น โหนฺติ ปรปตฺติยา.
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ประกอบด้วยศีล ยินดีในความสงบด้วยปัญญา ผู้มีปัญญาเหล่านั้น เว้นไกลจากความชั่วแล้ว ไม่ต้องเชื่อผู้อื่น.
ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๓.
เย ฌานปสุตา ธีรา เนกฺขมฺมูปสเม รตา / เทวาปิ เตสํ ปิหยนฺติ สมฺพุทฺธานํ สตีมตํ.
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ขวนขวายในฌาน ยินดีในความสงบอันเกิด จากเนกขัมมะ เทวดาทั้งหลายก็พอใจต่อผู้มีปัญญา ผู้รู้ดีแล้ว มีสติเหล่านั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.
เยสํ ราโค จ โทโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา / ตาที ตตฺถ น รชฺชนฺติ ฉินฺนสุตฺตา อพนฺธนา.
ราคะ โทสะ และอวิชชา อันผู้ใดหลุดพ้นแล้ว, ผู้นั้น เป็นผู้คงที่ มีสายล่ามขาดแล้ว ไม่มีเครื่องผูก ย่อมไม่ติดในที่นั้น.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.
โย จ คุตฺเตน จิตฺเตน สุณาติ ชินสาสนํ / เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ สจฺฉิกตฺวา อกุปฺปตํ / ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ ปรินิพฺพาติ อนาสโว.
ผู้ใดมีจิตคุ้มครองแล้ว ฟังคำสอนของพระชินเจ้า ผู้นั้นชื่อว่าให้อาสวะทั้งปวงสิ้นไป ทำให้แจ้งซึ่งอกุปปธรรม, บรรลุความสงบอย่างยิ่ง ไม่มีอาสวะ ย่อมดับสนิท.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๒๓.
โย เตสุ คุตฺโต วิทิตินฺทฺริโย จเร / ธมฺเม ฐิโต อชฺชวมทฺทเว รโต / สงฺคาติโค สพฺพทุกฺขปฺปหีโน / น ลิมฺปตี ทิฏฺฐสุเตสุ ธีโร.
ผู้ใด ระมัดระวังอินทรีย์เหล่านั้น รู้จักอินทรีย์ ๖ ตั้งอยู่ในธรรม ยินดีในความซื่อตรงและความอ่อนโยน ล่วงกิเลสเครื่องข้องเสียได้ ละทุกข์ได้ทั้งหมดเที่ยวไป, ผู้นั้น เป็นธีรชน ย่อมไม่ติดในสิ่งที่เห็นแล้วและได้ฟังแล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๗๔.
โรสโก กทริโย จ ปาปิจฺโฉ มจฺฉรี สโฐ / อหิริโก อโนตฺตปฺปี ตํ ชญฺญา วสโล อิติ.
ผู้ใดเป็นคนขัดเคือง เหนียวแน่น ปรารถนาลามก ตระหนี่ โอ้อวด ไม่ละอาย และไม่เกรงกลัวบาป พึงรู้ว่า ผู้นั้นเป็นคนเลว.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๑.
ลาภกมฺยา น สิกฺขติ อลาเภ จ น กุปฺปติ / อวิรุทฺโธ จ ตณฺหาย รเส จ นานุคิชฺฌติ.
บัณฑิตไม่ศึกษา เพราะอยากได้ลาภ, ไม่ขุ่นเคือง เพราะเสื่อมลาภ, ไม่ยินดียินร้ายเพราะตัณหา และไม่ติดในรส.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๐๑. ขุ. มหา. ๒๙/๒๘๔.
สงฺขาย โลกสฺมิ ปโรปรานิ / ยสฺสิญฺชิตํ นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก / สนฺโต วิธูโม อนีโฆ นิราโส / อตาริ โส ชาติชรนฺติ พฺรูมิ.
ผู้ใดพิจารณาเห็นความยิ่งและหย่อนในโลกแล้ว ไม่มีความ หวั่นไหวในอารมณ์ไหน ๆ ในโลก, เรากล่าวว่า ผู้นั้นเป็นผู้สงบ ไม่มีกิเลสดุจควันไฟ ไม่มีทุกข์ ปราศจากตัณหา ข้ามชาติชราได้.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๖๙.
สพฺพทา เว สุขํ เสติ พฺราหฺมโณ ปรินิพฺพุโต / โย น ลิมฺปติ กาเมสุ สีติภูโต นิรูปธิ.
ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็น ไม่มีอุปธิ ไม่ติดในกาม, ผู้นั้นเป็น พราหมณ์ เป็นผู้ดับแล้ว อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๓๑๒.
สพฺพโส นามรูปสฺมึ ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ / อสตา จ น โสจติ ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ.
ผู้ใดไม่มีความยึดถือว่าของเราในนามรูปโดยประการทั้งปวง และผู้ใดย่อมไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปที่ไม่มีอยู่, ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าภิกษุ.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.
สพฺพา อาสตฺติโย เฉตฺวา วิเนยฺย หทเย ทรํ / อุปสนฺโต สุขํ เสติ สนฺตึ ปปฺปุยฺย เจตโส.
ผู้ใดตัดความข้องทั้งปวงแล้ว บรรเทาความกระวนกระวายใจได้, ผู้นั้น ถึงความสงบใจ เป็นผู้สงบระงับอยู่เป็นสุข.
องฺ. ติก. ๒๐/๑๗๕.
สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค / อากิญฺจญฺญํ นิสฺสิโต หิตฺวมญฺญํ / สญฺญาวิโมกฺเข ปรเมธิมุตฺโต / ติฏฺเฐยฺย โส ตตฺถ อนานุยายี.
ผู้ใดปราศจากความติดในกามทั้งปวง ล่วงฌานอื่นได้แล้ว อาศัยอากิญจัญญายตนฌาน น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์อันประเสริฐ, ผู้นั้นจะพึงตั้งอยู่ในอากิญจัญญายตนฌานนั้น ไม่มีเสื่อม.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๘. ขุ. จู. ๓๐/๑๓๓.
ส วีตราโค ส วิเนยฺย โทสํ / เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย อปฺปมาณํ / สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ / อนินฺทิโต พฺรหฺมมุเปติ ฐานํ.
ผู้ปราศจากราคะ และกำจัดโทสะได้แล้วนั้น พึงเจริญเมตตาจิตไม่มีประมาณ. ผู้นั้น งดอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้ว ไม่ถูกติเตียนย่อมเข้าถึงสถานอันประเสริฐ.
ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๒.
โส อุภนฺตมภิญฺญาย มชฺเฌ มนฺตา น ลิมฺปติ / ตํ พฺรูมิ มหาปุริโสติ โส อิธ สิพฺพินิมจฺจคา.
ผู้ ( ดับกิเลสได้แล้วหมดความหวั่นไหว ) นั้น รู้ที่สุดทั้ง ๒ แล้ว ย่อมไม่ติดในท่ามกลางด้วยปัญญา, เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นละตัณหาเครื่องเย็บร้อยใจในโลกนี้ได้แล้ว.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๒. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
โสกปริเทวมจฺฉรํ / น ชหนฺติ คิทฺธา มมายิเต / ตสฺมา มุนโย ปริคฺคหํ / หิตฺวา อจรึสุ เขมทสฺสิโน.
ผู้ติดในสิ่งที่ยึดถือว่าของเรา ย่อมละความโศกเศร้า ความรำพัน และความตระหนี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น มุนีทั้งหลายผู้เห็นความปลอดภัย จึงละความยึดถือไปได้.
ขุ. สุ. ๒๕/๑๙๓. ขุ. มหา. ๒๙/๑๕๔.
โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา / โคมิโก โคหิ ตเถว โสจติ / อุปธีหิ นรสฺส โสจนา / น หิ โส โสจติ โย นิรูปธิ.
ผู้มีบุตรย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร, ผู้มีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโคเหมือนกัน, นรชนมีความเศร้าโศกเพราะอุปธิ, ผู้ใด ไม่มีอุปธิ ผู้นั้นไม่ต้องเศร้าโศกเลย.
สํ. ส. ๑๕/๙.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก