พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นเอก ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป · ขอบข่ายหลักสูตร ๙ ช่วงชั้น ๒๕๖๔ · ๒๐ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๖ บท
กัมมวรรค — หมวดกรรม
กัมมวรรค — หมวดกรรม · ธรรมศึกษาชั้นเอก ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป
บาลี (อักษรไทย)
สุขกามานิ ภูตานิโย ทณฺเฑน วิหึสติ
อตฺตโน สุขเมสาโนเปจฺจ โส น ลภเต สุขํ.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Sukhakāmāni bhūtāniYo daṇḍena vihiṃsati
Attano sukhamesānoPecca so na labhate sukhaṃ.
คัมภีร์ที่มา : ขุ. ธ. ๒๕/๓๒.
คำแปล : ผู้ใดมุ่งถึงความสุขตน ทำร้ายสัตว์ซึ่งรักสุข ผู้นั้นละโลกไปแล้ว ก็ยังไม่ได้ความสุข
คัมภีร์ตามขอบข่ายหลักสูตร ๒๕๖๔ : ขุททกนิกาย ธรรมบท
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยผู้ใดมุ่งถึงความสุขตน ทำร้ายสัตว์ซึ่งรักสุข ผู้นั้นละโลกไปแล้ว ก็ยังไม่ได้ความสุข
EnglishAll beings desire happiness. Whoever, seeking his own happiness, harms them with violence, finds no happiness hereafter.
IndonesiaSemua makhluk mendambakan kebahagiaan. Siapa pun yang, demi kebahagiaannya sendiri, menyakiti mereka dengan kekerasan, tidak akan memperoleh kebahagiaan setelah meninggal.
中文众生皆求安乐。为求自身安乐而以刑杖伤害众生的人,死后得不到安乐。
DeutschAlle Wesen begehren Glück. Wer sie, sein eigenes Glück suchend, mit Gewalt verletzt, findet nach dem Tode kein Glück.
DanskAlle væsener søger lykke. Den, der for sin egen lykkes skyld skader dem med vold, finder ingen lykke efter døden.
हिन्दीसभी प्राणी सुख चाहते हैं। जो अपने सुख की खोज में उन्हें दण्ड से पीड़ित करता है, वह मरने के बाद सुख नहीं पाता।
日本語生きとし生けるものは楽を求める。自らの楽を求めて暴力で他を害する者は、死後に楽を得ない。
नेपालीसबै प्राणी सुख चाहन्छन्। आफ्नो सुख खोज्दै दण्डले अरूलाई पीडा दिने मरेपछि सुख पाउँदैन।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ” แปลว่า “สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข” คำว่า “สัตว์ทั้งหลาย” ครอบคลุมทั้งมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ส่วน “อาชญา” ในที่นี้หมายถึงท่อนไม้หรือเครื่องประหารที่ใช้ทำร้าย และ “ละไปแล้ว” หมายถึงหลังจากตายแล้ว สุภาษิตนี้เตือนว่า การแสวงหาความสุขให้ตนด้วยการเบียดเบียนชีวิตอื่นเป็นกรรมชั่ว และไม่นำไปสู่ความสุขในโลกหน้า

ในอรรถกถาธรรมบท มีเรื่องเล่าว่า พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังใช้ไม้ตีงู เมื่อทรงถามถึงเหตุที่ทำเช่นนั้น เด็กตอบว่าเพราะกลัวงูกัด พระองค์จึงตรัสสอนว่า ผู้ปรารถนาความสุขแก่ตนไม่ควรทำร้ายสัตว์อื่น แล้วทรงแสดงพระคาถานี้ เรื่องดังกล่าวชวนให้พิจารณาว่า เรารักชีวิตและไม่อยากเจ็บปวดฉันใด ชีวิตอื่นก็ต้องการความสุขและไม่อยากถูกทำร้ายฉันนั้น

ผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นอาจได้รับความพอใจหรือประโยชน์เฉพาะหน้า แต่ความพอใจนั้นเกิดขึ้นบนความทุกข์ของอีกฝ่าย ทั้งยังอาจก่อความหวาดกลัว ความขัดแย้ง และความบาดหมาง การทำร้ายจนเคยชินยังอาจทำให้มองข้ามความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ง่ายขึ้น เราจึงควรฝึกเมตตาและพิจารณาว่า สิ่งที่กำลังทำเพื่อความสุขของตนนั้นสร้างความเดือดร้อนแก่ใครหรือไม่

เมื่อนำข้อคิดนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน เราควรหลีกเลี่ยงการรังแกสัตว์เพื่อความสนุก การล้อเลียนเพื่อนให้ได้รับความอับอาย หรือการเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อให้ตนได้ประโยชน์ แม้การกระทำเหล่านี้มีรูปแบบต่างกัน แต่ล้วนทำให้เห็นว่า ความสุขของเราไม่ควรสร้างขึ้นบนความทุกข์ของผู้อื่น หากจำเป็นต้องป้องกันตนเอง ก็ควรตั้งสติ หาทางออกจากอันตรายหรือขอความช่วยเหลือ และหลีกเลี่ยงการทำร้ายเกินจำเป็นหรือการตอบโต้ด้วยความสะใจ

ผู้ที่ปรารถนาความสุขจึงควรระลึกอยู่เสมอว่า ผู้อื่นก็รักสุขและไม่ต้องการทุกข์เช่นเดียวกับตน ก่อนคิด พูด หรือทำสิ่งใด ควรพิจารณาว่าจะเบียดเบียนใครหรือไม่ แล้วเลือกวิธีที่สุจริตและมีเมตตา การไม่เบียดเบียนช่วยเกื้อหนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ และเป็นการเว้นจากกรรมชั่วที่นำความทุกข์มาให้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข”

« บทก่อนหน้า
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
อติสีตํ อติอุณฺหํ อติสายมิทํ อหุ / อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว.
ประโยชน์ทั้งหลายย่อมผ่านเลยคนที่ทิ้งงาน ด้วยอ้างว่าหนาวเกิน ร้อนเกิน นี่ก็เย็นมากแล้ว
ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค (ที. ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙.)
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ / กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดีย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้ผลชั่ว
สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (สํ. ส. ๑๕/๓๓๓.)
อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ / เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ.
คนโง่ไร้ปัญญา ทำชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาย่อมเดือดร้อนเพราะการกระทำของตน เหมือนถูกไฟไหม้
ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ. ๒๕/๓๓.)
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก